วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ประวัติผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ท่านที่ 55 นายรณภพ เหลืองไพโรจน์

 



ชื่อ นายรณภพ    เหลืองไพโรจน์
ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ท่านที่ 55
ดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2563
วันเดือนที่เกิด : 4 กุมภาพันธ์ 2506

ภูมิลำเนา : จังหวัดนครปฐม

การศึกษา
- รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการปกครอง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- รัฐศาสตรบัณฑิต สาขาการปกครอง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การฝึกอบรม
- หลักสูตรนักปกครองระดับสูง (นปส.) รุ่นที่ 52
- หลักสูตรนายอำเภอ (นอ.) รุ่นที่ 46
- หลักสูตรป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 59

ผลงานดีเด่น : ข้าราชการพลเรือนดีเด่นจังหวัดนครปฐม (ครุฑทองคำ) ประจำปี 2554

การรับราชการ
- พ.ศ. 2532 ปลัดอำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย
- พ.ศ. 2548 นายอำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี
- พ.ศ. 2550 ผู้อำนวยการส่วนกิจการมวลชน สำนักกิจการความมั่นคงภายใน กรมการปกครอง
- พ.ศ. 2553 นายอำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม
- พ.ศ. 2554 ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ กรมการปกครอง
- พ.ศ. 2554 นายอำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม
- พ.ศ. 2556 ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง
- พ.ศ. 2557 ปลัดจังหวัดเพชรบุรี
- พ.ศ. 2557 รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี
- พ.ศ. 2558 รองอธิบดีกรมการปกครอง
- พ.ศ. 2560 ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท
- พ.ศ. 2563 ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี

********************

อ่านต่อ >>

วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2562

ครูสุคนธ์ พรพิรุณ ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ.2561 ผู้ประพันธ์เพลง"ราชบุรีที่รัก" ให้แก่ถิ่นกำเนิด

คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้พิจารณายกย่องเชิดชูเกียรติ นางสุคนธ์ พรพิรุณ เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ผู้ประพันธ์เพลงไทยสากล) พุทธศักราช 2561



นางสุคนธ์ พรพิรุณ เป็นนักแต่งเพลงซึ่งที่เป็นที่รู้จักในนาม "พรพิรุณ" มีผลงานประพันธ์คำร้องมากกว่า 3,000 เพลง โดยมีเพลงที่สำคัญ อาทิ เพลง "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม” ประพันธ์เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ (พ.ศ. 2529) เพลง "กาญจนาภิเษก" ในวาระครองราชย์ 50 ปี (พ.ศ. 2538) เพลง "72 พรรษานวรัชจักรีมหาราชา" เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ (พ.ศ. 2541) เพลง “ด้วยหัวใจที่แข็งแกร่ง” เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ (พ.ศ. 2547) ฯลฯ



นางสุคนธ์ พรพิรุณ (อี๊ด) เกิดเมื่อวันที่ 1 พ.ย.2478 ที่ จ.ราชบุรี ในกรมทหาร นามสกุลเดิม "กุสุมภ์"  ต้นตระกูลของบิดาเป็นคน "โคราช"  มีวัดประจำตระกูล คือ วัดกุสุมภ์ศรัทธาธรรม ริมถนนมิตรภาพ จ.นครราชสีมา ซึ่งสร้างโดย คุณย่า แหน กุสุมภ์ 

นางสุคนธ์ฯ มีความรู้ความสามารถในการแต่งเพลงตั้งแต่อายุยังน้อย โดยในปี พ.ศ.2492 อายุเพียง 14 ปี เริ่มเขียนเพลงไทยสากลเพลงแรก ชื่อเพลง "มนต์จันทร์" ให้กับคณะละครวิทยุ "พันตรีศิลปะ" 

การศึกษาและการทำงาน
  • ช่วงประถมศึกษา เนื่องจากอยู่ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงต้องย้ายที่เรียนบ่อย ตามบิดาซึ่งเป็นนายทหารที่ต้องไปปฏิบัติหน้าที่ 
  • จบประถมศึกษาปีที่ 4 จาก รร.อาจศึกษา จ.พระนครศรีอยุธยา
  • จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 รร.เทเวศน์วิทยาลัย กรุงเทพฯ 
  • จบมัธยมศึกษาปีที่ 2-6 จากโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ เขตดุสิต กรุงเทพฯ 
  • พ.ศ.2495 เข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยพยาบาลโรงพยาบาลหญิงในวิชาพยาบาลผดุงครรภ์และอนามัย  (ร.พ.ราชวิถี ในปัจจุบัน)
  • พ.ศ.2496 ศึกษาการดนตรี ได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าวงดนตรีคนแรกของโรงพยาบาลหญิง
  • พ.ศ.2504 เป็นข้าราชการชั้นตรี แผนกสงเคราะห์แม่และเด็ก ที่เทศบาลนครกรุงเทพฯ
  • พ.ศ.2505 อบรมวิชาการทหารจากกรมการรักษาดินแดน และเข้าทำงานในกองดุริยางค์มณฑลทหารบกที่ 1  
  • พ.ศ.2543 ได้รับปริญญาครุศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ โปรแกรมวิชาดนตรีศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

ประสบการณ์ด้านดนตรี
พ.ศ.2503 เข้าเป็นสมาชิกในวงสุนทราภรณ์ ทำหน้าที่ขับร้อง เริ่มแต่งเนื้อเพลงให้กับครูเอื้อ สุนทรสนาน โดยใช้ชื่อ "พรพิรุณ" ซึ่งตั้งให้โดย สมาน กาญจนะผลิน เริ่มประพันธ์เพลงแรกชื่อเพลง “ฉันยังคอย” ในปี พ.ศ. 2503  ต่อมาในปี พ.ศ.2505 ลาออกจากราชการทหารประกอบอาชีพอิสระแต่งเพลงขายเป็นหลัก แต่งเพลงให้กับวงดนตรีใหญ่ๆ หลายวง เช่น วงวายุบุตรของกองสลาก วงดนตรีของธนาคารออมสิน (ยุคครูสมาน กาญจนะผลิน เป็นหัวหน้าวงดนตรี) วงดนตรีสุราบางยี่ขัน (ยุคครูประสงค์ ภาคสุข เป็นหัวหน้า) ท้ายสุดอยู่กับวงดนตรีสุนทราภรณ์ตลอดมา เข้าบ้างออกบ้างเป็นช่วง ตามภาวะของความจำเป็นทางเศรษฐกิจ ในปี พ.ศ.2508 ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานจากเพลง "ขอปันรัก" ขับร้องโดย เสกสรรค์ กุสุมภ์ ผู้เป็นน้องชาย 

ครูพรพิรุณ มีพรสวรรค์ที่สำคัญที่ครูเพลงทั้งหลายในยุคนั้นรู้กันดี คือ สามารถอ่านโน้ตปากเปล่าได้ทุกบันไดเสียง ไม่ต้องอาศัยเครื่องดนตรีใดๆ ทำเสียงให้ ถือเป็นปรมาจารย์ด้านดนตรีสากล ทั้งในด้านการเป็นนักประพันธ์เพลง โดยเฉพาะการประพันธ์คำร้องและทำนอง จะปรากฏผลงานในทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเพลงปลุกใจ เพลงศาสนา เพลงเพื่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพลงประจำหน่วยงาน และเพลงประจำจังหวัด 

เพลงที่ทำชื่อเสียงให้มาก คือ คิมหันต์พิศวาท, อยากรักคนที่พลาดรัก, รอยมลทิน, ขอให้เหมือนเดิม, รางวัลชีวิต, ฝนหยาดสุดท้าย, ใครก็ได้ถ้ารักฉันจริง, ผิดด้วยหรือถ้าเราจะรักกัน, ใจชายใจหญิง, กว่าจะรักกันได้, ฉันยังคอย, หาดผาแดง, คนใจมาร ฯลฯ

ด้านการเป็นนักร้อง ครูพรพิรุณ สามารถร้องเพลงได้หลายภาษา ทั้งเพลงไทยสากล เพลงสากล และเพลงจีน ด้วยน้ำเสียงก้องกังวาน ความชัดเจนในการเปล่งเสียง อักขระ ตัวควบกล้ำ และอารมณ์ที่แทรกอยู่ในบทเพลง 

ขณะนี้ ครูสุคนธ์ พรพิรุณ ยังคงแต่งเพลงให้กับสถาบันต่างๆ มากมาย มีผลงานเพลงถึงปัจจุบันคาดว่าใกล้ 3,500 เพลง ปัจจุบันมีอาชีพเสริม  คือ เปิดสำนักงานโหราศาสตร์ยูเรเนียน เขียนคำพยากรณ์ลงในนิตยสารต่างๆ

หน้าที่ปัจจุบัน เป็นอาจารย์สอนวิชาการประพันธ์เพลงแก่นักศึกษาภาคดนตรี สถาบันราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เป็นวิทยากรพิเศษในหลักสูตรอบรมเกี่ยวกับดนตรีและเพลงแก่ศูนย์ประยุกต์และบริการวิชาการมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นวิทยากรอบรมการร้องเพลง และประพันธ์เพลงแก่สถาบันทั่วไป ผลงานที่โดดเด่น
  1. ค้นคว้ารวบรวมเพลงไทยสากลจากยุคเริ่มต้นเมื่อปี 2446 จนถึงปัจจุบันของทุกครูเพลง รวมเป็นเล่มให้แก่มหาวิทยาลัย เพื่อประโยชน์ทางกาศึกาาในการประพันธ์เพลงของมหาวิทยาลัยและบุคคลทั่วไป
  2. สร้างตำราว่าด้วยการประพันธ์เพลง ให้สอดคล้องกับทำนองตามหลักดนตรีสากล ให้แก่มหาวิทยาลัย เพื่อเผยแพร่กับนักศึกษาดุริยางคศิลป์และบุคคลที่สนใจทั่วไป
  3. สร้างผลงานใหม่ให้เกิดในวงการเพลง และเพลงสถาบันต่างๆ
  4. ประพันธ์เพลงให้กับวงดนตรีในส่วนราชการหลายแห่ง
การอบรมความรู้และหน้าที่พิเศษ
  1. จิตวิทยาสำหรับเด็ก (จากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี)
  2. เข้ารับการอบรมวิชาทหาร (จากกรมการรักษาดินแดน)
  3. เรียนโหราศาสตร์ยูเรเนียนจากโรงเรียนโหราศาสตร์กรุงเทพฯ รับประกาศนียบัตรจากเยอรมัน เขียนคำพยากรณ์ลงตามนิตยสารฯ
  4. รับประกาศนียบัตรทางภาษาอังกฤษจากสำนักวาติกันกรุงโรม เมื่อเป็นนักเรียนมัธยมปีที่ 5
  5. วิชาผู้นำในสนามเด็กเล่น เมื่อยังเป็นหัวหน้าย่อยสงเคราะห์แม่และเด็ก
  6. เคยเป็นที่ปรึกษา พลเอกวันชัย อัมพุนันทน์ ผอ.องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก
  7. เป็นที่ปรึกษาวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ (โดยการแต่งตั้งจากอธิบดี อรุณ งามดี)
  8. เป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชาดนตรีระดับประถมศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 5 ปี (หยุดสอนเพราะไม่สะดวกในการเดินทาง)
  9. สอนการจัดการอุตสาหกรรม คณะเทคโนโลยีฯ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า (พระราม 7)
  10. เป็นวิทยากรให้การอบรมวิชาดนตรีระดับประถมศึกษา ให้แก่คณะครูและศึกษานิเทศก์ จังหวัด ปัตตานี - นราธิวาส - และยะลาบางอำเภอ
  11. เล่นดนตรีได้หลายเครื่องมือ Electronic Organ, Piano, Hawaiian Guitar ร้องเพลงได้หลายภาษา ไทย จีน ญี่ปุ่น สเปน ปัจจุบันร้องเพลงที่ห้องอาหารเมธาวลัยศรแดง เสาร์ (กลางคืน) ทำงานที่ตรงนี้มา 5 ปีแล้ว แต่งเพลง เล่นดนตรี ร้องเพลง กับวงดนตรี "สุนทราภรณ์" เมื่อมีงานของวงเกือบทุกครั้ง
  12. เป็นผู้เรียนรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่เครื่องคอมพิวเตอร์ทางดนตรี โปรแกรมรุ่นแรก คือ Encore และ โปรแกรม Sibelius
ราชบุรีที่รัก 
ครูสุคนธ์ พรพิรุณ ในฐานะเป็นผู้ที่ถือกำเนิด ณ จ.ราชบุรี ท่านได้ประพันธ์เพลง "ราชบุรีที่รัก" ทั้งคำร้องและทำนองไว้ โดยมี คุณเพ็ญศรี   พุ่มชูศรี เป็นผู้ขับร้อง ถือเป็นเพลงที่มีความไพเราะ พรรณนาถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ และวิถีชีวิตของคนราชบุรี ได้อย่างหมดจดงดงาม  และปัจจุบัน ชาว จ.ราชบุรี ยังคงใช้เปิดในโอกาสจัดกิจกรรมต่างๆ จนถึงทุกวันนี้

 


ปัจจุบัน ครูสุคนธ์  พรพิรุณ ได้อุทิศบ้านพักจัดตั้งเป็นสำนักงานเพื่อก่อตั้งสหกรณ์เพลงแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นแหล่งรวมเป็นศูนย์กลางในการสืบค้นต่อไป

**************************

ที่มาข้อมูล
  • คำประกาศเกียรติคุณ นางสุคนธ์  พรพิรุณ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ผู้ประพันธ์เพลงไทยสากล)
  • https://th.wikipedia.org/wiki/สุคนธ์_พรพิรุณ
  • บ้านคนรักสุนทราภรณ์. หนังสือ  "ครูเพลง" (ฉบับพิเศษ) ของ ถวัลย์  สุรภาพประดิษฐ์   http://websuntaraporn.com/suntaraporn/artist/pornpirun.htm
  • ไร้ตัวตน ๒๕๐๐. https://youtu.be/9D26rmdJx0I
  • https://haiku.maggang.com/ฝนหยาดสุดท้าย
อ่านต่อ >>

วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

นายศรีราชา บัวเบา ครู จ.ราชบุรี เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2561 สาขาที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกร

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้คัดเลือกเกษตรกร สถาบันเกษตรกรและสหกรณ์ ที่มีผลงานดีเด่น เพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณ และเผยแพร่ผลงานให้สาธารณชนทั่วไปได้รู้จัก ยึดถือเป็นแบบอย่างในแนวทางการปฏิบัติงานด้านการเกษตรแห่งชาติต่อไป



นายศรีราชา บัวเบา ครู จ.ราชบุรี  (ซ้าย)
เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2561
สาขาที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกร
โดยในปี พ.ศ.2561 นี้ มีเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และสหกรณ์ดีเด่น ที่ได้รับการคัดเลือกเข้ารับพระราชทานโล่รางวัล จากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร  ในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี พ.ศ. 2561 เมื่อวันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม 2561 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง จำนวน 4 ด้าน ได้แก่ 
  1. เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ จำนวน 16 สาขาอาชีพ 
  2. สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ จำนวน 11 กลุ่ม
  3. สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ จำนวน 7 สหกรณ์ และ
  4. ปราชญ์เกษตรแห่งแผ่นดิน จำนวน 3 สาขา 
เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2561 แยกเป็น 16 สาขาอาชีพ ดังนี้ 
  1. อาชีพทำนา ได้แก่ นายชัชวาลย์ ท้าวมะลิ จ.อุดรธานี
  2. อาชีพทำสวน ได้แก่ นายธีรภัทร อุ่นใจ จ.จันทบุรี 
  3. อาชีพทำไร่ ได้แก่ นางทองแดง แดนดี จ.บุรีรัมย์ 
  4. อาชีพไร่นาสวนผสม ได้แก่ นายใจ สุวรรณกิจ จ.พัทลุง 
  5. อาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ได้แก่ นางกุลกนก เพชรเลิศ จ.บุรีรัมย์ 
  6. อาชีพเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ นายมูฮำมัดกาแมล เจะมะ จ.นราธิวาส 
  7. อาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ได้แก่ นายอดิศัย ว่องไวไพโรจน์ จ.กาญจนบุรี 
  8. อาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกร่อย ได้แก่ นายวศิน ธนภิรมณ์ จ.ปัตตานี
  9. อาชีพเพาะเลี้ยงปลาสวยงามและพรรณไม้น้ำ ได้แก่ นายสิทธิธรรม เรืองจรุงพงศ์ จ.กรุงเทพมหานคร 
  10. อาชีพปลูกสวนป่า ได้แก่ นางธวัลรัตน์ คำกลาง จ.นครราชสีมา
  11. สาขาบัญชีฟาร์ม ได้แก่ พจท.เฉลียว น้อยแสง จ.ชัยนาท 
  12. สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้แก่ นายสัญญา หิรัญวดี จ.ภูเก็ต 
  13. สาขาการใช้วิชาการเกษตรดีที่เหมาะสม ได้แก่ นายบุญมี นามวงศ์ จ.ชัยภูมิ 
  14. ที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกร ได้แก่ นายศรีราชา บัวเบา จ.ราชบุรี 
  15. สมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกร ได้แก่ นายศุภวิชญ์ บำรุงรัตน์ จ.จันทบุรี 
  16. สาขาเกษตรอินทรีย์ ได้แก่ นายสฤษดิ์ โชติช่วง จ.สุราษฎร์ธานี
สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2561 แยกเป็น 11 กลุ่ม ดังนี้ 
  1. กลุ่มเกษตรกรทำสวน ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรทำสวนบ้านควนสามโพธิ์ จ.พัทลุง 
  2. กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงไก่ประดู่หางดำทุ่งช้าง จ.น่าน 
  3. กลุ่มเกษตรกรทำประมง หรือกลุ่มเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ได้แก่ องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นตำบลหาดเล็ก จ.ตราด
  4. กลุ่มเกษตรกรแปรรูปสัตว์น้ำ ได้แก่ วิสาหกิจชุมชน กลุ่มแปรรูปถนอมอาหาร จ.แพร่ 
  5. กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ได้แก่ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหนองเหรียง จ.พัทลุง 
  6. กลุ่มยุวเกษตรกร ได้แก่ กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนเพียงหลวง 12 ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี จ.อุบลราชธานี 
  7. กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ได้แก่ กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านท่าไม้ จ.นครสวรรค์
  8. สถาบันเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทาน ได้แก่ กลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน ท่ายางบ้านลาดพัฒนา จ.เพชรบุรี
  9. ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ประเภทข้าวหอมมะลิ ได้แก่ ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนตำบลเมยวดี จ.ร้อยเอ็ด 
  10. ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ประเภทข้าวอื่น ๆ ได้แก่ ศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนพัฒนาบ้านบึงประดู่ จ.พิจิตร 
  11. วิสาหกิจชุมชน ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านน้ำเชี่ยว จ.ตราด
สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2561 จำนวน 7 สหกรณ์ ดังนี้  
  1. สหกรณ์การเกษตร ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรขามสะแกแสง จำกัด จ.นครราชสีมา 
  2. สหกรณ์โคนม ได้แก่ สหกรณ์โคนมไทย – เดนมาร์ค (ลำพญากลาง) จำกัด จ.สระบุรี
  3. สหกรณ์นิคม ได้แก่ สหกรณ์นิคมคลองสวนหมาก จำกัด จ.กำแพงเพชร 
  4. สหกรณ์ผู้ผลิตยางพารา ได้แก่ สหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านเสม็ดจวนพัฒนา จำกัด จ.นครศรีธรรมราช
  5. สหกรณ์ออมทรัพย์ ได้แก่ สหกรณ์ออมทรัพย์โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ จำกัด จ.กาฬสินธุ์ 
  6. สหกรณ์ร้านค้า ได้แก่ ร้านสหกรณ์โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี จำกัด จ.สุราษฎร์ธานี 
  7. สหกรณ์บริการ ได้แก่ สหกรณ์สี่ล้อเล็กภูเก็ต จำกัด จ.ภูเก็ต
ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำปี 2561 จำนวน 3 สาขา ดังนี้
  1. สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ นายสุธรรม จันทร์อ่อน 
  2. สาขาปราชญ์เกษตรดีเด่น ได้แก่ นายเสถียร มาเจริญรุ่งเรือง  
  3. สาขาปราชญ์เกษตรผู้นำชุมชนและเครือข่าย ได้แก่ นายกฤตกร แซ่เอี๊ยบ

ที่มาของภาพ
https://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1464841469

นายศรีราชา บัวเบา
นายศรีราชา บัวเบา มีอาชีพเป็นครู ตำแหน่ง ครูชำนาญการพิเศษ  โรงเรียนบ้านห้วยยาง ต.เขาขลุง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี  ได้ริเริ่มพัฒนาพื้นที่ 2 ไร่จาก 6 ไร่ของโรงเรียนฯ จนกลายเป็นแปลงเกษตรที่น่าสนใจ ทั้งพริกสด ผักชี น้ำเต้า และอีกสารพัดผักสวนครัว ที่ให้ดอกออกผลให้เก็บกินกัน และต่อมาได้ขยายผลโดยขอใช้พื้นที่ว่างปล่าวด้านหลังโรงเรียนอีก 40 ไร่ ทำการเกษตรอย่างหลากหลาย อาทิ ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด ยูคาลิปตัส พืชสมุนไพร ฟักข้าว กล้วย เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดนกยูง ปลาดุก  ไก่ และผักสวนครัวอีกหลากหลายชนิด ผลผลิตเหล่านี้ ล้วนเกิดขึ้นจากน้ำมือของเด็กวัยประถมศึกษาของโรงเรียน ที่เรียกตัวเองว่า "กลุ่มยุวเกษตรกร รร.บ้านห้วยยาง" ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2543 ภายใต้การแนะนำของครูศรีราชา บัวเบา 

"เดี๋ยวนี้ เด็กๆ ไม่ค่อยทำอาชีพการเกษตร เพราะเป็นอาชีพที่เหน็ดเหนื่อย แต่ถ้าเราหานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ มา ทำแล้วได้ตังค์ หรือว่าทำแล้วมันสบายอกสบายใจ ไม่ต้องไปเป็นลูกจ้างเขา ก็น่าจะเป็นแบบอย่างให้เด็กนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ ผมเลยเริ่มฝึกเด็กๆ ที่มีใจรักด้านการเกษตรตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา" 

ครูศรีราชา บัวเบา ถือได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกการทำเกษตรในโรงเรียนบ้านห้วยยาง และริเริ่มโครงการยุวเกษตรกร ของโรงเรียนแห่งนี้  สวนเกษตรของโรงเรียนเริ่มเกิดขึ้นราวปี พ.ศ.2522 จาก ความสงสารเด็กนักเรียนที่ห่อข้าวมากินมื้อกลางวัน ซึ่งเด็กนักเรียนแต่ละคนมีฐานะความเป็นอยู่ไม่เท่ากัน บางรายพอมีก็มีกับข้าวมาก พอเหลือแบ่งเพื่อนได้ บางรายมีน้อยถึงไม่มี ก็ขอแบ่งกับข้าวจากเพื่อน หรืออดบ้างตามอัตภาพ จึงเริ่มปรับพื้นที่ด้านหลังโรงเรียนสำหรับปลูกกล้วย และเพาะเห็ดฟาง


ที่มาของภาพ
https://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1464841469


ที่มาของภาพ
https://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1464841469

ปัจจุบันมีนักเรียนที่เข้าโครงการยุวเกษตรกร จำนวนประมาณ 30 คน เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นความสมัครใจของนักเรียนเอง นักเรียนที่เข้าโครงการยุวเกษตรกรทุกคน จะเรียนรู้การทำสวน ทำไร่ และทำนาจริงในทุกขั้นตอน 

ครูศรีราชาฯ บอกว่า
"การให้นักเรียนลงมือทำเองทุกขั้นตอน แม้จะเป็นเรื่องยาก แต่จะทำให้นักเรียนได้สัมผัส และรู้วิธีการปฏิบัติจริง เมื่อเกิดปัญหาในขั้นตอนใด นักเรียนจะเรียนรู้การแก้ปัญหาจากประสบการณ์ของตนเอง" 

การแบ่งความรับผิดชอบของยุวเกษตรกร นอกเหนือจากการใช้วิชาเรียนในชั่วโมงการงานพื้นฐานอาชีพแล้ว ในช่วงเช้าและเย็นของทุกวัน นักเรียนจะลงแปลง รดน้ำ พรวนดิน หรือให้ปุ๋ย ด้วยตัวเอง


ที่มาของภาพ
https://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1464841469

ท่านใดสนใจศึกษาแนวคิดหรือศึกษาการทำโครงการยุวเกษตรแบบโรงเรียนบ้านห้วยยาง สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อาจารย์ศรีราชา บัวเบา ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านห้วยยาง ต.เขาขลุง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี



ที่มา
  • กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. (2561).กระทรวงเกษตรฯ เปิดตัวเกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ และปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน เตรียมเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี พ.ศ. 2561. [Online]. Available :https://www.moac.go.th/news-preview-401191791967. [2561 พฤษภาคม 15].
  • ข่าวสด. (2559). เกษตรผสมผสานกลางไร่ ของโรงเรียนบ้านห้วยยาง ราชบุรี. [Online]. Available :https://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1464841469. [2561 พฤษภาคม 15].
  • เกษตรก้าวไกล ไปด้วยกัน. (2559).เป็นเด็กก็ทำเกษตรได้” ตามรอยยุวเกษตรกรรุ่นจิ๋ว หัวใจแจ๋ว โรงเรียนบ้านห้วยยาง. [Online]. Available  :https://youtu.be/XMnQDRbVZlw. [2561 พฤษภาคม 15].
อ่านต่อ >>

วันพฤหัสบดีที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ประวัติผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ท่านที่ 54 นายชยาวุธ จันทร





















ชื่อ นายชยาวุธ จันทร 
ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ท่านที่ 54
วันเดือนปีเกิด  18 ต.ค.2507
ภูมิลำเนา 
368/13 ซ.รัชดาภิเษก 42 (แยก 8) แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
ดำรงตำแหน่งเมื่อ 1 ต.ค.2560

ด้านการศึกษา

  • ประถมศึกษาปีที่ 3 รร.วีระศิลป์ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
  • ประถมศึกษาปีที่ 4 รร.ดรุณาราชบุรี อ.เมือง จ.ราชบุรี
  • มัธยมศึกษา รร.สาธิต ม.ศรีนครินทรวิโรฒปทุมวัน (สอบเทียบ ม.ศ.5)
  • รัฐศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 1) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • นิติศาสตร์บัณฑิต สุโขทัยธรรมาธิราช
  • พัฒนบริหารศาสตร์มหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
  • หลักสูตรปลัดอำเภอ รุ่นที่104
  • หลักสูตรนายอำเภอ รุ่นที่ 43
  • หลักสูตรนักปกครองระดับสูงรุ่นที่ 47
  • หลักสูตรรักษาความปลอดภัยรุ่นที่ 47
ด้านรับราชการ

  • พ.ศ.2528 บุคลากร 3 กรมเจ้าท่า
  • พ.ศ.2529 จนท.วิเคราะห์งานบุคคล 3 สนง.กพ.
  • พ.ศ.2531 กรมการปกครอง
  • พ.ศ.2534 เจ้าพนักงานปกครอง จ.พระนครศรีอยุธยา 
  • พ.ศ.2535 เจ้าพนักงานปกครอง จ.พัทลุง
  • พ.ศ.2539 หน.งานหัวหน้างานบุคคล กรมการปกครอง
  • พ.ศ.2540 หน.ฝ่ายบำรุงท้องที่ กรมการปกครอง
  • พ.ศ.2543 หน.ฝ่าย 3 ส่วนความมั่นคง สำนักประสานงานมวลชน กรมการปกครอง
  • พ.ศ.2544 ปลัดอำเภอ หน.ฝ่ายปกครอง อ.เมืองราชบุรี
  • พ.ศ.2545 นายอำเภอวาริชภูมิ จ.สกลนคร
  • พ.ศ.2547 นายอำเภอเสิงสาง จ.นครราชสีมา
  • พ.ศ.2548 รักษาการ ผอ.กองสารนิเทศ
  • พ.ศ.2549 รักษาการ ผอ.สถาบันดำรงราชานุภาพ
  • พ.ศ.2551 ปลัด จ.นครนายก
  • พ.ศ.2553 รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร
  • พ.ศ.2555 รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี
  • พ.ศ.2556 รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา
  • พ.ศ.2557 ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม
  • พ.ศ.2558 ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี
  • พ.ศ.2560 ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี
  • พ.ศ.2563 รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน
    **********************************
    อ่านต่อ >>

    วันพุธที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

    ประวัติผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ท่านที่ 53 นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม



    ชื่อ-สกุล : นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม
    ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ท่านที่ 53
    วัน/เดือน/ปีเกิด : 23 กรกฎาคม 2510
    ภูมิลำเนา กรุงเทพมหานคร
    ดำรงตำแหน่งเมื่อ 4 เมษายน 2560

    ประวัติการดำรงตำแหน่ง

    • ปี 2535-2546 ปลัดอำเภอ จังหวัดหนองคาย อุดรธานี เลย ขอนแก่น นครราชสีมา
    • ปี 2547-2551 ผู้ตรวจการส่วนท้องถิ่น/หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดบุรีรัมย์
    • ปี 2551 - 2555 ท้องถิ่นจังหวัดบุรีรัมย์ สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา
    • ปี 2555 - 2557 ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
    • ปี 2557 - 2558 หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย
    • ปี 2558 รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา
    • ปี 2558 - 2559 รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
    • ปี 2559 - 2560 ที่ปรึกษาด้านการปกครองสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
    • ปี 2560 ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี 

    ประวัติการศึกษา : 
    • รัฐศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 2) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    • รัฐศาสตร์มหาบัณฑิต (การปกครอง) จุฬษลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    การอบรม/ศึกษาดูงาน :
    • หลักสูตรนายอำเภอ รุ่นที่ 49 
    • หลักสูตรนักปกครองระดับสูง รุ่นที่ 51 (นักศึกษาดีเด่น)
    • การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง สถาบันพระปกเกล้า รุ่นที่ 17
    • หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการค้าและการพาณิชย์ (Top Executive Program in Commerce and Trade : TEPCoT)  รุ่นที่ 9     
    **************************



    อ่านต่อ >>

    วันอังคารที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2560

    พระประวัติสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ตอนที่ 3

    อ่านตอนที่ 1
    อ่านตอนที่ 2

    ต่อจากตอนที่ 2

    น้ำพระทัยด้านการสาธารณสงเคราะห์
    เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชทรงอุปการะกิจการสาธารณสงเคราะห์เพื่อพหูชนทั้งอันโตชนและพาหิรชนไว้เป็นอันมาก อาทิ
    • มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 
    • โรงเรียนวัดราชบพิธ 
    • โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถระ) จ.พระนครศรีอยุธยา 
    • ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุวาสนะเวศน์ จ.พระนครศรีอยุธยา
    • มูลนิธิสมเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถระ)
    • มูลนิธิพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร
    โดยมิได้เพียงแต่ประทานพระนามไว้ว่าทรงอุปถัมภ์เฉพาะเป็นเกียรติยศแก่องค์กร หากยังได้ทรงพระเมตตาประทานทุนการศึกษาแก่นักเรียนนักศึกษา ทุนสงเคราะห์แก่ผู้ป่วยที่ขาดแคลนและทุนค้ำจุนดูแลชีวิตของผู้สูงอายุให้มีความสุขตามอัตภาพในวัยชรา มาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน อันเป็นการเจริญรอยพระจริยาของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสนมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระอุปัชฌายะผู้มีน้ำพระทัยใฝ่การสาธารณสงเคราะห์เช่นนี้ เป็นแบบอย่างอันดีมานับแต่ก่อนกาล

    อนึ่ง เมื่อเกิดพิบัติภัยต่างๆ ขึ้นในบ้านเมือง เช่น วาตภัย  อุทกภัย  ธรณีพิบัติภัย หรือภัยแล้ง ก็ได้ทรงเป็นผู้นำรวบรวมทุนทรัพย์และสิ่งของจากพระภิกษุสามเณรและพุทธศาสนนิกชนทั้งหลายเพื่อบริจาคสงเคราะห์ผู้ประสบภัยตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกครั้ง

    วิถีพระปฏิบัติด้านวิปัสสนาธุระ
    นอกจากพระปฏิปทาด้านคันถธุระที่ทรงบำเพ็ญไว้ด้วยดีแล้ว ยังทรงพอพระทัยในวัตรปฏิบัติทางวิปัสสนากรรมฐาน โปรดเสด็จไปทรงบำเพ็ญสมณธรรมร่วมกับพระภิกษุฝ่ายอรัญวาสีในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่เสมอ  โดยเฉพาะกับพระอาจารย์ฝั้น  อาจาโร ซึ่งทรงเคารพนับถือเป็นพระอาจารย์ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ทำให้ทรงสนิทสนมคุ้นเคยกับพระวิปัสสนาจารย์และพระภิกษุผู้บำเพ็ญสมณธรรมสายพระกรรมฐานสืบมาตราบจนปัจจุบัน  แม้เมื่อพระอาจารย์ฝั้นถึงมรณภาพไปแล้ว เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชก็ยังเสด็จไปทรงร่วมศาสนกิจต่างๆ อันจัดขึ้นในหมู่สงฆ์ฝ่ายอรัญวาสีและวิปัสสนาธุระอยู่เนืองๆ พร้อมทั้งทรงรับเป็นประธานมูลนิธิพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ด้วย

    แม้เมื่อพระองค์ประทับในกรุงเทพมหานคร ก็ยังทรงเจริญจิตภาวนาเป็นการภายในที่ประทับเสมอ  และหากเป็นวาระสำคัญ เช่น ดิถีมาฆบูชา วิสาขบูชา  อัฐมีบูชา อาสาฬหบูชา  หรือกำหนดการพิเศษของทางราชการ ก็โปรดเสด็จลงทรงนำพระภิกษุสามเณรและอุบาสกอุบาสิกาวัดราชบพิธเจริญจิตภาวนาทุกครั้งตามที่พระอนามัยอำนวย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันบูชาพิเศษทางพระพุทธศาสนา จะเสด็จลงพระอุโบสถเพื่อทรงแสดงพระธรรมเทศนา ทรงบำเพ็ญสมาธิ และทรงสดับพระธรรมเทศนากัณฑ์ต่อเนื่องถือเนสัชชิกบำเพ็ญเพียรข้ามราตรีตลอดรุ่งร่วมกับพุทธบริษัท ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธ  ตามธรรมเนียมของพระอาราม

    สมเด้จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20
    ครั้งไปศึกษาธรรมกรรมฐาน กับหลวงตามหาบัว
    วัดป่าบ้านตาดและถ้ำมะขามหลวงปู่ฝั้น
    ผู้ถ่าย/เจ้าของภาพ ม.ล.ชัยนิมิตร นวรัตน

    สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20
    ผู้ถ่าย/เจ้าของภาพ ม.ล.ชัยนิมิตร นวรัตน

    พระปฏิปทาสัมมาปฏิบัติ
    เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช  ทรงครองเนกขัมมปฏิปทาพรหมจริยาภิรัตอย่างบริบูรณ์ ปราศจากข้อสงสัยเคลือบแคลง พระองค์มีอุปนิสัยเรียบร้อย อ่อนโยน สมถะ สันโดษ เรียบง่าย มักน้อย  ไม่ทรงหลงใหลในยศและลาภสักการะ ไม่โปรดลักษณะหรูหราฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย  ไม่มีพระประสงค์ด้านการตกแต่งประดับประดาที่ประทับและบรรดาสมณบริขารด้วยวัตถุอนามาสหรือของวิจิตรอลังการ ไม่โปรดทรงใช้สอยสิ่งของที่มีรูปแบบและสีสันฉูดฉาดบาดตาเกินสมณสารูป ทรงมัธยัสถ์และโปรดใช้วัตถุปัจจัยสิ่งของต่างๆ อย่างคุ้มค่า หากไม่ชำรุดสิ้นสภาพจริงๆ ก็จะไม่ทรงทิ้ง ในขณะที่การอันใดที่เกี่ยวข้องกับความประณีตงดงามของพระอารามและการถวายพุทธบูชาในพระบวรพระพุทธศาสนา จะทรงเอาพระทัยใส่ในรายละเอียด ประทานพระมติแนะนำการตั้งแต่งอย่างรอบคอบและเหมาะสม  ให้สมกับเป็นของบูชาในพระศาสนาของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

    ยิ่งไปกว่านั้น ยังทรงถือข้อวัตรปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัดไม่ด่างพร้อย  ทรงเอาพระทัยใส่กวดขันพระภิกษุสามเณรในปกครองให้วางตนภายในกรอบของพระธณรมวินัยดุจเดียวกับที่ทรงวางพระองค์  ทรงบริหารพระเดชและพระคุณอย่างได้ดุลยภาพลงตัว แม้จะทรงเข้มงวดกวดขันในพระธรรมวินัยกับพระภิกษุสามเณร  แต่ก็เป็นไปด้วยน้ำพระทัยเปี่ยมด้วยพรหมวิหารธรรม

    พระองค์มักทรงกำชับและเป็นเนติแบบอย่างให้บรรพชิตมีจรรยามารยาททางกายและวาจาให้เรียบร้อยตามพระวินัยบัญญัติและอย่างสมบัติของผู้ดีที่โลกนิยม อันเป็นแนวทางที่เจ้าพระคุณสมเด็จพระอุปัชฌายะทรงวางแบบไว้ เพื่อให้สะท้อนถึงความประณีตภาในจิตใจด้วย ทั้งนี้ทรงเน้นย้ำเรื่องการครองตนทั้งกาย วาจา และใจ ให้งดงามตามระเบียบวิถีของทางโลกและทางธรรมย่อมยังให้มหาชนทั้งปวงเกิดความเลื่อมใสศรัทธาสมกับเป็นสมาชิกของพุทธบริษัท เท่ากับเป็นการรักษาพระศาสนาให้มั่นคงสืบไปด้วย

    เจ้าพระคุณสมเด็พระสังฆราช มีพระคุณลักษณะเด่นอีกประการ คือ ทรงมีจริยาการสดใสเบิกบาน ทรงแย้มพระสรวลละไมเป็นนิตย์ โปรดมีพระปฏิสันถารโอภาปราศรัยกับผู้คนทั่วไปทุกชั้นทุกวัย ไม่มีพระอาการปั้นปึ่งไว้พระยศ ไม่วางพระรัศมีข่มผู้ใดด้วยความมานะถือพระองค์  แม้เมื่อทรงเป็นสมเด็จพระราชาคณะแล้ว ก็มักมีรับสั่งให้ผู้เข้ามมากราบถวายสักการะหรือขอประทานพระกรุณาในโอกาสต่างๆ ซึ่งอาจรู้สึกประหม่ากังวลเพราะไม่เคยเข้าใกล้พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์สูง ได้ผ่อนคลายวิตกว่าพระองค์ทรงเป็นพระภิกษุชราสามัญธรรมดาๆ รูปหนึ่งเท่านั้น  ไม่พึงต้องหวาดเกรงใดๆ เป็นที่ซาบซึ้งชื่นใจของผู้มีโอกาสได้เฝ้าใกล้ต่างสัมผัสถึงพระเมตตาการุณยธรรมอันไพศาลได้โดยง่าย

    พระสมณศักดิ์
    เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช  ทรงได้รับพระราชทานพระมหากรุณาจากพระบามสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงตั้ง เลื่อน และสถาปนาสมณศักดิ์ ให้ไพบูลย์งอกงามในสมณฐานันดรเรื่องมาดังนี้
    • พ.ศ.2514 ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระปริยัติกวี
    • พ.ศ.2524 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชสารสุธี
    • พ.ศ.2533  ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพเมธาภรณ์
    • พ.ศ.2538 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมเมธาภรณ์
    • พ.ศ.2543 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าสถาปนาขึ้นเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฎ ที่ พระสาสนโสภณ  วิมลญาณอดุลสุนทรนายกตรีปิฏกธรรมาลังการภูษิต  ธรรมนิตยสาทรศาสนกิจจานุกร  ธรรมยุติกคณิสสร  บวรสังฆรารามคามวาสี
    • พ.ศ.2552 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฎ ที่ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ พิพัฒนพงศ์วิสุต  พุทธปาพจนานุศาสน์  วาสนวรางกูร  วิบูลศีลสมาจารวัตรสุนทร ตรีปิฏกธรรมวราลงกรณวิภูษิต  ธรรมยุตติกคณิสสร  บวรสังฆาราม คามวาสี อรัณยวาสี สถิต ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร  
    สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
    ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะและอัครศาสนูปถัมภก ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการสถาปนาฐานันดรศักดิ์ และโดยราชนีติธรรมนีติ พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ได้ทรงรับพระราชภารธุระในการพิทักษ์รักษาพระบวรพุทธศาสนา  อันหมายรวมถึงกิจการคณะสงฆ์ให้ดำรงคงมั่นไพบูลย์ในสยามรัฐสีมาตลอดมานับแต่โบราณสมัย

    สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้เสด็จผ่านพิภพสืบสนองพระองค์สมเด็จพระบรมชนกาธิราชเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เป็นพระประมุขแห่งราชอาณาจักร เสด็จดำรงพระราชสถานะทุกประการตามรัฐธรรมนูญแล้ว ย่อมทรงดำเนินพระราชจรรยานุวัตรเยี่ยงสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชในพระราชกรณียกิจด้านพระพุทธศาสนาสืบไป นับเป็นมิ่งขวัญหลักชัยของสรรพชีวิตทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ในรัฐสีมามณฑล

    โดยที่พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 3) พุทธศักราช 2560 ที่ทรงตราขึ้นในรัชกาลปัจจุบัน มีความมาตรา 7 ระบุว่า "พระมหากษัตริย์  ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่ง และให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ" ปรากฏแจ้งชัดว่าสมเด็จพระมหากษัตริย์เจ้าจักได้ทรงรับพระราชภารธุระในการพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์แก่กิจการคณะสงฆ์โดยตรงตามพระบรมราชวินิจฉัย สอดคล้องสมนัยโบราณขัตติยราชนีติ

    ด้วยพระราชศรัทธานุภาพ จึ่งมีพระบรมราชโองการโปรดสถาปนาให้ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อมฺพร อมฺพโร) เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรรมการมหาเถรสมาคม แม่กองงานพระธรรมทูต นายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ฯลฯ ดำรงตำแหน่งเป็น ปฐมสกลมหาสังฆปริณายกในรัชกาลปัจจุบัน เป็น สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  ปรากฏพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฎว่า


    สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ
    สุขุมธรรมวิธานธำรง  สกลมหาสงฆปริณายก
    ตรีปิฏกธราจารย  อัมพราภิธานสังฆวิสุต
    ปาพจนุตตมสาสนโสภณ กิตตินิรมลคุรุฐานียบัณฑิต
    วชิราลงกรณนริศรปสันนาภิสิตประกาศ วิสารทนาถธรรมทูตาภิวุฒ
    ทศมินทรสมมุติปฐมสกลคณาธิเบศร ปวิธเนตโยภาสวาสนวงศวิวัฒ
    พุทธบริษัทคารวสถาน  วิบูลสีลสมาจารวัตรวิปัสสนสุนทร
    ชินวรมหามุนีวงศานุศิษฏ  บวรธรรมบพิตร
    สมเด็จพระสังฆราช


    นับเป็นมหุดิฤกษ์อุดมสมัยมหามงคลแก่อาณานิกรชนชาวไทยทั้งในราชอาณาจักรและไพรัชประเทศ ผู้เป็นพุทธศาสนิกบริษัทและบรรพชิตในสังฆาณัติตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ที่จะได้มีสกลมหาสังฆปริณายกประธานาธิบดีสงฆ์ เสด็จดำรงพระสถานะตามกฏหมาย และตามโบราณราชประเพณี เสด็จสถิตที่ประมุขแห่งคณะสงฆ์ไทย คณะสงฆ์จีนนิกาย และคณะสงฆ์อนัมนิกายแห่งประเทศไทย ตลอดจนกิจการพระพุทธศาสนาทั้งน้อยและใหญ่อันเป็นไปทุกสถาน



    เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช พระองค์นี้ เป็นที่ทรงพระราชศรัทธายิ่งของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนเป็นที่เคารพบูชาอย่างสนิทใจของมหาชนทุกหมู่เหล่าด้วยทรงมีมหาเถรกรณธรรม มั่นคงในพรหมจรรย์ สมบูรณบริสุทธิ์ด้วยพระกิตติประวัติอันปราศจากมลทินโทษ ทรงถึงพร้อมด้วยพระสุขมธรรมคัมภีรญาณในฝ่ายคันถธุระ ในขณะเดียวกันก็ทรงใฝ่พระทัยในวิปัสสนาธุระเป็นอย่างเอก โปรดเสด็จไปทรงปฏิบัติวิเวกสมณธรรม ณ อารามฝ่ายอรัญวาสีเป็นเนืองนิตย์ ทรงพระจริตจริยาการเรียบร้อยประณีตทุกพระอิริยาบถสมสมณสารูปไม่มีบกพร่อง ทรงผูกประสานน้ำใจสนิมสนมกลมเกลียวเกื้อกูลกิจการพระศาสนาโดยไม่เลือกคณะนิกายฝ่ายหมู่ ทรงวางพระองค์อยู่ด้วยพระเมตตาธรรมและพระอุเบกขาธรรมสม่ำเสมอ มิทรงไว้พระยศถือพระองค์ ทรงพระวิริยะในเนกขัมมปฏิปทาน่าเลื่อมใส ทรงเปี่ยมด้วยน้ำพระทัยอารีละมุนละม่อม พรั่งพร้อมด้วยพระการุณยธรรมเยือกเย็นเป็นที่สัมผัสซึ้งได้ในหมู่พุทธบริษัทผู้เคยได้เฝ้า ทรงเอาพระทัยใส่สืบสานพระปณิธานของพระมหาเถระในอดีตเพื่อทำนุบำรุงพระอารามและธำรงพระบวรพุทธศาสนามีเจ้าพระคุณ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ผู้ทรงเป็นพระบูรพาจารย์ และเจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสนมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช เป็นพระอุปัชฌายะ เป็นสำคัญ

    พระธรรมานุธรรมปฏิบัติงามเด่นชัดฉะนั้นแล้ว สมควรแล้วที่จักได้ทรงพระสมณฐานันดรรุ่งเรืองไพโรจน์สูงสุดในพุทธจักรแห่งราชอาณาจักรไทย

    แม้ในปีพุทธศักราช 2560 พระชันษาของเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช จักเจริญวัสสายุกาลถึง 90 ปี แต่ก็ยังปรากฏพระฉวีวรรณและพระกำลังแจ่มใส เป็นหลักชัยเฉลิมขวัญบันดาลให้พุทธศาสนิกชนยังรู้สึกอบอุ่นใจ  ได้ปีติโสมนัสกราบไหว้พระผู้ทรงเป็นบุญเขตอยู่ เราทั้งหลายผู้จักได้อาศัยพระบารมีเป็นที่พึ่ง จึงพึงปฏิบัติบำเพ็ญตนเป็นสมาชิกที่ดีของพุทธบริษัท ไม่ว่าเป็นบรรพชิตหรือคฤหัสถ์ ก็มีหน้าที่ที่จะรักษากาย วาจา และใจของตน มิยังการอันใดที่อาจระคายพระยุคลบาทเข้ามากระทบกระเทือน  มิบิดเบือนบิดพลิ้วการคณะสงฆ์และการดำรงตนเป็นพุทธมามกะ โดยละเลยแนวทางแห่งพระอุดมปาพจน์  จงมุ่งมั่นยังการเฉพาะบนวิถีสันติวรบทเฉกเช่นที่ เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชได้ประทานธรรมวิถีและวงาพระองค์เป็นแบบอย่างที่ดีงามให้เจริญรอยตามอยู่แล้ว ทั้งนี้ ด้วยหมายมุ่งผดุงรักษาพระองค์ให้ทรงเบาพระทัย และทรงสามารถดำรงพระสมณภาวะอันสงบงาม สมถะ เรียบง่าย ไม่วุ่นวายเอิกเกริก ไม่ต้องทรงขุ่นระคายพระหฤทัย อย่างที่ทรงเบิกบานสดใส ในวิสุทธิจริยาที่ทรงดำรงด้วยดีตลอดมาดุจเคย เพื่อทรงพระเกษมสำราญในเนกขัมมปฏิปทาสัมมาปฏิบัติเป็นมหามงคลธวัช ท่ามกลางพุทธจักรแห่งราชอาณาจักรไทยสืบไปเป็นนิตยกาล

    อนึ่ง ณ ศุภวารสมัยนี้ ขอพุทธบริษัททุกหมู่เหล่ารวมดวงจิตเป็นสมานฉันท์อ้างอัญเชิญคุณพระรัตนตรัยอันเป็นสรณาดิศัยบุญเขต กอปรกับกุศลเหตุทุกประการ ถวายพระพรอภิบาลให้เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญสวัสดีด้วยจตุรพิธพรชัย ทรงสัมฤทธิ์ในสรรพกิจ และทรงสฤษฎ์ในพระประสงค์  ทรงพระทฤฆชนมสุขมั่นคงเป็นมิ่งขวัญแห่งพุทธจักร  ทรงพรั่งพร้อมด้วยพระบารมีไพศาลเป็นคารวสถานที่พึ่งพำนักของพุทธบริษัททุกหมู่เหล่า เสด็จสถิตเป็นที่ทรงเฉลิมพระราชศรัทธาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ อยู่ฉะนี้ตราบกาลนาน เทอญ.


    ทีฆายุโก  โหตุ  วีสติมสงฺฆราชา
    ขอสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
    ทรงเจริญพระชนมสุขยั่งยืนนาน

    *************************
    ที่มาข้อมูล
    • หนังสือพระประวัติ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เรียบเรียงโดย ผศ.ดร.ชัชพล ไชยพร จัดพิมพ์โดย คณะสงฆ์วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2560  พิมพ์ที่ นครปฐม : โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัย 
    อ่านต่อ >>

    วันจันทร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2560

    พระประวัติสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ตอนที่ 2

    อ่านตอนที่ 1

    โปรดวิชาการด้านอักษรศาสตร์
    นอกจากพระคุณสมบัติอันบริบูรณ์ด้านคดีธรรมแล้ว เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ยังทรงพระปรีชาสามารถในสรรพศิลปวิทยาหลากสาขา ในฝ่ายธรรมคดี พระองค์ทรงสนพระทัยศึกษาภาษามคธ เพื่อยังประโยชน์ในการทรงพระไตรปิฏก อันเป็นการรักษาเชิดชูพระปริยัติศาสนา ในโลกคดีโดยเฉพาะด้านอักษรศาสตร์ก็มิได้ทรงละเลย  ทรงพอพระทัยใฝ่ศึกษาฝึกผนจนชำนาญ เป็นการเกื้อหนุนให้ทรงบำเพ็ญศาสนกิจได้โดยเรียบร้อย ทรงศึกษาตามหลักสูตรและด้วยพระองค์เอง จึงสามารถทรงเข้าพระทัยและมีรับสั่งภาษาต่างประเทศได้หลายภาษาทั้งภาษาไทยและภาษาจีนสำเนียงต่างๆ ซึ่งทรงมีทักษะจากการสื่อสารในครอบครัวที่ประสูติและทรงเจริญพระวัยมา รวมถึงภาษาอังกฤษ และภาษาฮินดีจากการที่ได้เสด็จไปทรงศึกษาา ณ สาธารณรัฐอินเดีย อีกทั้งทรงเข้าพระทัยและสามารถสื่อสารด้วยภาษาท้องถิ่นต่างๆ ในประเทศไทยและประเทศภูมิภาคอาเซียนโดยรอบ ทำให้การเผยแพร่ธรรมให้กว้างขวางเป็นไปได้อย่างราบรื่น ไม่มีอุปสรรคข้อจำกัดด้านการสื่อสาร

    พระธรรมทูตผู้บุกเบิกการเผยแพร่ในเครือรัฐออสเตรเลีย
    ทรงเอาพระทัยใส่รับพระธูระบุกเบิกกิจการพระธรรมทูตมานับแต่ยุคเริ่มแรก ทรงเป็นหัวหน้าคณะเผยแพร่พระพุทธศาสนาที่นครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ เครือรัฐออสเตรเลีย เมื่อ พ.ศ.2516 ได้เสด็จไปประทับ ณ วัดพุทธรังษีสแตนมอร์ นครซิดนีย์ เพื่อทรงปฏิบัติศาสนกิจด้านการเผยแพร่ อันเป็นช่วงเวลาที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ขณะดำรงพระราชอิสริยยศที่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษา ณ วิทยาลัยการทหารดันทรูน กรุงแคนเบอรา เครือรัฐออสเตรเลีย พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลและทรงสนทนาธรรม ณ วัดพุทธรังษีสแตนมอร์อยู่เป็นประจำ เป็นปฐมเหตุให้ทรงพระราชศรัทธาเลื่อมใสในเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชมานับแต่ยังทรงดำรสมณศักดิ์ที่ พระปริยัติกวี

    วัดพุทธรังษี สแตนมอร์ วัดไทยวัดแรกที่ นครซิดนีย์

    ทรงรับภาระในการปกครองคณะสงฆ์
    เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงรับภารธุระในด้านการปกครองด้วยความเอาพระทัยใส่ในสรรพกิจอย่างใกล้ชิด ทรงเป็นผู้มีความละเอียดรอบคอบและถี่ถ้วนสุขุมคัมภีรภาพ ทำให้กิจการทั้งมวลที่ทรงบริหารจัดการเป็นไปอย่างเรียบร้อย ทรงพระวิจักขณญาณหยั่งเห็นอุบายโกศลในการบริหารศาสนกิจโดยวิธีจัดสรรบุคลากรภายใต้สมณาณัติของพระองค์ให้ดำรงอยู่ตามบทบาทและหน้าที่ที่เหมาะสม อันจะช่วยสนองพระภารกิจให้เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังมีตำแหน่งหน้าที่บางประการที่ทรงดำรง อาทิ
    • เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
    • กรรมการมหาเถรสมาคม
    • แม่กองงานพระธรรมทูต
    • ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14-15 (ธรรมยุต)
    • ประธานกรรมการคณะธรรมยุต
    • กรรมการเถรสมาคมธรรมยุต
    • พระอุปัชฌาย์
    • นายกกกรรมการบริหารมูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์

    ทรงเอาพระทัยใส่ด้านการจัดการศึกษา
    ด้วยความที่มีพระอัธยาศัยโปรดการศึกษาเล่าเรียนเป็นทุนเดิม ยังให้เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงเอาพระทัยใส่ด้านการศึกษาทั้งคดีโลกและคดีธรรม เพื่อประโยชน์กว้างขวางทั้งแก่บรรพชิตและคฤหัสถ์ทั่วไป  ทรงรับเป็นอาจารย์สอนพระธรรมวินัยแก่พระภิกษุสามเณรในสำนักเรียนวัดราชบพิธมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เป็นพระมหาอัมพรตราบจนปัจจุบัน ทั้งยังทรงเป็นกรรมการสนามหลวงแผนกธรรมและแผนกบาลี จัดการศึกษาพระปริยัติธรรมของคณะสงฆ์ทั้งปวงในราชอาณาจักร รวมตลอดจนถึงการจัดการธรรมศึกษาสำหรับฆราวาส ซึ่งเจ้าพระคุณพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้าทรงวางรากฐานไว้ ก็ทรงสืบสานพระกรณียกิจนี้ต่อมา ด้วยการเป็นประธานศูนย์ธรรมศึกษา สำนักเรียนวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

    ยิ่งไปกว่านั้น ยังทรงพระเมตตาต่อการศึกษาของกุลบุตรตามแนวทางที่เจ้าประคุณพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากร สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาาวัดราชบพิธ ยุคที่ 1 ได้ทรงรับพระบรมราโชบายของพระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้านการจัดการศึกษาแก่กุลบุตรในรูปแบบสถานศึกษา ด้วยการประทานกำเนิดโรงเรียนวัดราชบพิธ เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน จึงทรงรับโรเรียนวัดราชบพิธไว้ในพระอุปถัมภ์สืบต่อมาจากพระบูรพาจารย์ทุกยุค

    ในระดับอุดมศึกษา เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชผู้ทรงเป็นศิษย์เก่าและเคยทรงเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย ก็ทรงเอาพระธุระบริหารกิจการของมหาวิทยาลัยให้รุ่งเรือไพบูลย์ยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันดำรงตำแหน่ง นายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย


    22 ก.ย.2559 เจ้าประคุณฯ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ นายกสภามหาวิทยาลัย ประธานฝ่ายสงฆ์ ฯ
    ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ อาคารเรียนเฉลิมพระเกียรติ ณ วิทยาเขตมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย
     ณ วัดป่าทรงคุณ ต.ดงพระราม อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี
    ที่มาของภาพ : http://thainews.prd.go.th/website_th/news/news_detail/TNSOC5909220010193

    พระคุณูปการด้านการเผยแผ่
    เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชมีพระปรีชาสามารถในการแสดงธรรมด้วยปฏิญาณ  จึงได้ทรงเป็นธรรมกถึกแสดงธรรมประจำวันธรรมสวนะแก่อุบาสกอุบาสิกาผู้มารักษาศีลปฏิบัติธรรมเป็นประจำ ทั้งยังโปรดประทานพระอนุศาสนีสั่งสอนธรรมแก่พุทธบริษัททุกหมู่เหล่าที่มีโอกาสเข้าเฝ้า ด้วยพระโวหารที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงบุคคลได้ทุกระดับ ธรรมที่แสดงนั้นมีตั้งแต่พื้นฐานมนระดับโลกียะเพื่อความผาสุกแก่การดำรงตนในครอบครัวและสังคม ตลอดถึงระดับโลกุตระเพื่อความหลุดพ้นจากห้วงทุกข์ตามอริยมรรคของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หากผู้เข้ามาสนทนากับพระองค์เป็นเด็กและเยาวชน ก็โปรดประทานพระโอวาทด้วยถ้อยคำง่ายๆ และมักจะทรงสอนศาสนพิธีเบื้องต้น เช่น การไหว้ การกราบ การประเคน พร้อมประทานออรถาธิบายเหตุผลประกอบให้เข้าใจ เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้ค่อยๆ ซึมซับวัฒนธรรมประเพณีทางพระพุทธศาสนาเป็นพื้นฐานของการดำรงตนต่อไปเมื่อเติบใหญ่

    ส่วนการเผยแผ่ในระดับสากล เข้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชฯ ซึ่งทรงเป็นผู้วางรากฐานกิจการพระะรรมทูตรุ่นบุกเบิกมาตั้งแต่ต้น แม้เมื่อทรงเจริญพระสมณฐานันดรสูลแล้วก็มิได้ทรงทอดทิ้ง กลับยิ่งทรงพระอุตสาหะในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้ลงหลักปักฐานมั่นคงในดินแดนต่างประเทศ ทรงเป็นผู้นำพระพุทธศาสนาเถรวาทจากประเทศไทยไปเผยแผ่ที่นครซิดนีย์  เครือรัฐออสเตรเลีย เป็นครั้งแรกเมื่อ ปี พ.ศ.2516 จากนั้นก็ทรงอุปการะกิจการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในประเทศออสเตรเลียอย่างใกล้ชิด ทรงเ็นประธานรับถวายที่ดินจากรัฐบาลดาร์วินเพื่อสร้างวัดป่าดาร์วิน ในประเทศออสเตรเลีย และทรงเป็นประธานอำนวยการฝ่ายบรรพชิต สร้างพระมหาธาตุเจดีย์และเขตพุทธาวาสเฉลิมพระเกียรติ พระบามสมเด็จพระปรมินมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ณ วัดธัมมธโร กรุงงแคนเบอรา เครือรัฐออสเตรเลีย

    นอกจากนั้น ยังทรงเป็นผู้แทนมหาเถรสมาคม ในการจัดการทางพระพุทธศาสนาระดับนานาชาติ เช่น การที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากล ณ สำนักงานใหญ่ องค์การสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา และทรงเป็นผู้แทนประสานสัมพันธไมตรีทางพระพุทธศาสนาระหว่างประเทศไทยกับประเทศบังกลาเทศ ซึ่งสถานเอกอัครราชฑูตสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ จัดขึ้น ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นต้น

    พระกรณียกิจด้านสาธารณูปการ
    เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นประธานควบคุมดูแลการบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะวัดราชบพิธ ซึ่งเป็นพระอารามประจำรัชกาลที่ 5 ด้วยพระอุตสาหะวิริยภาพมาโดยตลอด ทำให้พระอารามมีความสง่างามมั่นคงเป็นที่เฉลิมพระราชศรัทธาแห่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ และเป็นที่ปฏิบัติธรรมบำเพ็ญศาสนกิจของบรรพชิตและคฤหัสถ์ทั้งบุคคลภายในและบุคคลภายนอกได้อย่างสมพระบรมราชปณิธาน

    นอกจากวัดราชบพิธอันเป็นที่ประทับและที่พำนักของพระบูรพาจารย์และของพระองค์แล้ว ยังทรงพระกตัญญูกตเวทิตาธรรมต่อสำนักอันเป็นที่ทรงเคยศึกษาเล่าเรียนและประทับเมื่อครั้งทรงพะเยาว์ จึงทรงเป็นประธานจัดหาทุนซ่อมแซมอุโบสถ สร้างศาลาการเปรียญ กุฎี และเสนาสนะต่างๆ ของวัดตรีญาติ จ.ราชบุรี ซึ่งเคยทรงศึกษาพระปริยัติธรรม ณ ที่นั้น รวมถึงวัดอื่นๆ ตามที่ทรงรับไว้ในพระอุปการะอีกหลายแห่ง

    ทรงสืบสานกุศลเจตนาปรารภขอเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี บูรพาจารย์ของพระองค์ด้วยความกตัญญูกตเวที เช่น ทรงเป็นประธานสร้างวัดแหล่งทองแดงพรหมสราราม ต.ตาก้อง อ.ดอนตูม จ.นครปฐม ทรงเป็นประธานสร้างหอจินตากรมหาเถระ ที่วัดเชตวัน จ.ลำปาง เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี เจริญอายุ 8 รอบนักษัตร

    อ่านต่อตอนที่ 3


    ***************************

    ที่มาข้อมูล
    • หนังสือพระประวัติ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เรียบเรียงโดย ผศ.ดร.ชัชพล ไชยพร จัดพิมพ์โดย คณะสงฆ์วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2560  พิมพ์ที่ นครปฐม : โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัย 
    อ่านต่อ >>

    พระประวัติสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ตอนที่ 1

    พระประวัติ
    สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
    สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์



    อักษรพระนามย่อ ออป.
    อ.(อัมพร) สีแดง เป็นสีประจำวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันประสูติ
    อ.(อมฺพโร) สีเหลืองเป็นสีของกาสาวพัสตร์ หมายถึง พระสมณคุณและยังเป็ฯสีของพระอาสนะประจำตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชด้วย
    ป.(ประสตถพงศ์) สีเทาฟ้า เป็นสีประจำจังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นพระชาติภูมิ

    อักษร ออป ผูกกันในรูปโล่ตามรูปแบบเดียวกับอักษรพระนามของ สมเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถน) พระอุปัชฌายะ

    กางกั้นด้วยพระเศวตฉัตร 3 ชั้น แต่ละชั้นมีระบายสองชั้นขลิบทองแผ่ลวดห้อยอุบะจำปาทอง เป็นเครื่องประกอบพระอิสริยยศสมเด็จพระสังฆราช


    พระชาติภูมิ-พระประสูติกาล
    สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีพระนามเดิมว่า "อัมพร  ประสัตถพงศ์" เป็นบุตรชายคนโตในจำนวน 9 คน ของนายนับ กับ นางตาล ประสัตถพงศ์ ประสูติที่บ้าน ตำบลบางป่า อ.เมือง จ.ราชบุรี เมื่อวันอาทิตย์ แรม 12 ค่ำ เดือน 7 ปีเถาะ เวลา 5 นาฬิกา ตรงกับสุริยคติที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2470 ในรัชสมัยพระบามสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ครอบครัวของพระชนกชนนีเป็นชาวไทยเชื้อสายจีนที่ประกอบอาชีพค้าขาย

    18 เม.ย. 2560
    สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
    เสด็จยังบ้านประสัตถพงศ์ ต.บางป่า อ.เมือง จ.ราชบุรี
    ทรงบำเพ็ญพระกุศลและทรงสักการะอัฐิพระชนกชนนี
    โดยมี 
    นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เฝ้ารับเสด็จ 

    ภาพโดย สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.ราชบุรี



    การทรงพระอักษรเบื้องต้น
    ทรงพระอักษรชั้นประถมศึกษาที่ โรงเรียนเทวานุเคราะห์ กองบินน้อยที่ 4 ต.โคกกระเทียม อ.เมือง จ.ลพบุรี จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และเดินทางกลับมาศึกษาต่อที่ โรงเรียนประชาบาลวัดพเนินพลู ต.บางป่า อ.เมือง จ.ราชบุรี จนสำเร็จชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เมื่อ พ.ศ.2480 


    เด็กชายอัมพรหรือสมเด็จพระสังฆราชในพระปฐมวัยนั้น ทรงฉายแววฉลาดเฉลียวและเอาใจใส่การเรียนอย่างยิ่ง ทรงสามารถสอบไล่ได้คะแนนสูงสุดในชั้นเรียนไม่เคยต่ำกว่าอันดับที่ 3 ของแต่ละชั้นเป็นประจำทุกปี


    ทรงบรรพชา-ทรงศึกษาพระปริยัติธรรม
    เมื่อทรงพระเยาว์ เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชฯ มีพระอนามัยไม่สู้ดี มีโรคเกี่ยวกับลำไส้เข้าเบียดเบียน พระบุพการีจึงอธิษฐานบนบานขอให้เด็กชายอัมพรได้บรรพชาเป็นสามเณรเพื่อให้หายจากอาการเจ็บป่วย เมื่อพระชันษา 13 ปี จึงได้ทรงเข้าบรรพชา ณ วัดสัตนนาถปริวัตร ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี โดยมีพระธรรมเสนานี (เงิน นนฺโท) เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี เป็นพระอุปัชฌายะ 

    แต่เดิมทรงตั้งพระทัยจะบรรพชาชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้วจำลาสิกขา แต่พระบุพการีของร้องให้ดำรงสมณเพศต่อไป จึงเป็นเหตุให้ได้ทรงบำเพ็ญเนกขัมมบารมีสืบมา

    เมื่อทรงเป็นสามเณร ได้เสด็จไปทรงเล่าเรียนพระปริยัติธรรมในสำนักของพระอธิการโสตถ์ สุมิตฺโต (ต่อมาได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่พระศรีธรรมานุศาสน์ เจ้าคณะอำเภอเมือง-บางแพ ณ วัดตรีญาติ ต.พงสวาย อ.เมือง จ.ราชบุรี ) ทรงสอบได้ประโยคนักธรรมและบาลีชั้นต่างๆ ในสำนักเรียนวัดตรีญาติ ดังนี้
    • พ.ศ.2483 สอบได้นักธรรมชั้นตรี
    • พ.ศ.2484 สอบได้นักธรรมชั้นโท
    • พ.ศ.2486 สอบได้นักธรรมชั้นเอก และเปรียญธรรม 3 ประโยค เป็นสามเณรเปรียญ
    • พ.ศ.2488 สอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค

    เสด็จเข้าพระนคร-ทรงอุปสมบท
    เมื่อ พ.ศ.2490 ได้ทรงพบกับ พระจินดากรมุนี (ทองเจือ จินฺตากโร) (ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานสถาปนาเป็น สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี) เจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้ตระหนักเห็นคุณสมบัติอันดีของสามเณรอัมพร เปรียญ จึงชักชวนเข้ามาพำนักเพื่อศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมในสำนักเรียนวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร ครั้นตกลงแล้ว สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี จึงได้พามาถวายไว้ใต้พระบารมีของเจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช ขณะทรงสมณศักดิ์ที่พระราชกวี   

    ครั้นถึงวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ.2491 ได้ทรงอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ มหาพัทธสีมาวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม แขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ทรงได้รับพระสมณฉายาว่า "อมฺพโร" โดยมี
    • สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสนมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช ขณะทรงสมณศักดิ์ที่พระเทพโมลี เป็นสมเด็จพระอุปัชฌายะ
    • สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (จินฺตากรเถร) ขณะมีสมณศักดิ์ที่ พระจินดากรมุนี เป็นพระกรรมวาจาจารย์
    เมื่ออุปสมบทแล้ว พระมหาอัมพร อมฺพโร ได้ศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบางลีในสำนักเรียนวัดราชบพิธ จนสำเร็จอีก 2 ประโยค
    • พ.ศ.2491 สอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค
    • พ.ศ.2493 สอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยค

    ทรงเข้าศึกษาในมหามกุฎราชวิทยาลัย
    เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช มีพระอัธยาศัยโปรดด้านการศึกษาเล่าเรียนทั้งธรรมคดีและโลกคดีรอบด้าน ได้ทรงสมัครเข้าศึกษา ณ สภาการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย (มหาวิทยาลัยมหามกุฏ ในปัจจุบัน) เป็นนักศึกษารุ่นที่ 5 สำเร็จปริญญา "ศาสนศาสตรบัณฑิต" เมื่อ พ.ศ.2500 ต่อมาใน พ.ศ.2509 ได้ทรงเข้าอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เป็นพระธรรมทูตรุ่นแรก นับได้ว่าทรงวางพระองค์เป็นพระภิกษุที่มั่นคงอยู่ในวิถีการศึกษาเล่าเรียนตามจารีตเดิม คือการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรมและแผนกบาลี ผสานเข้ากับการศึกษาของพระภิกษุในสมัยใหม่ คือ การศึกษาในรูปแบบมหาวิทยาลัยและเปิดโลกทัศน์การเผยแพร่สู่สากลด้วยการเป็นพระธรรมทูตยุคบุกเบิกได้ลงตัว

    นอกจากนั้น ยังมีพระทัยใฝ่ศึกษาด้านภาษาศาสตร์ โปรดทรงเรียนพิเศษภาคปฏิบัติการสื่อสารภาษาอังกฤษกับพระอาจารย์ชาวต่างชาติเพิ่มเติม ทำให้ทรงสามารถตรัสภาษาอังกฤษด้วยสำเนียงอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว เป็นประโยชน์ต่อการเผยแพร่ธรรมไปสู่มหาชนทุกหมู่เหล่า

    อนึ่ง ในกาลต่อมา พระกิตติคุณได้ปรากฏเพิ่มพูนเป็นที่ประจักษ์ สภามหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย จึงมีมติถวายปริญญา "ศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพุทธศาสตร์" เมื่อ พ.ศ.2552 และ สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย มีมติถวายปริญญา "พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาวิชาธรรมนิเทศ" เมื่อ พ.ศ.2553 อีกด้วย

    เสด็จทรงไปศึกษาในต่างประเทศ
    หลังจากทรงสำเร็จหลักสูตรการอบรมพระะรรมทูตแล้ว ต่อมาในปี พ.ศ.2510 เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชฯ ได้เสด็จไปทรงศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัยพาราณสี (Banaras Hindu University) สาธารณรัฐอินเดีย ทรงสำเร็จการศึกษามหาบัณฑิต ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี เมื่อ พ.ศ.2512 นับเป็นพระภิกษุไทยรุ่นแรกๆ ที่เดินทางไปเล่าเรียนวิชาการชั้นสูงตามหลักสูตรระดับมหาบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ และทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ที่ทรงสำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยจากต่างประเทศ

    อ่านต่อตอนที่ 2

    *****************
    ที่มาข้อมูล

    • หนังสือพระประวัติ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เรียบเรียงโดย ผศ.ดร.ชัชพล ไชยพร จัดพิมพ์โดย คณะสงฆ์วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2560  พิมพ์ที่ นครปฐม : โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัย 
    อ่านต่อ >>

    วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2559

    ประวัติผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ท่านที่ 52 นายสุรพล แสวงศักดิ์















    นายสุรพล แสวงศักดิ์
    ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ท่านที่ 52
    ดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2557 - 4 เม.ย.2560
    วัน เดือน ปีเกิด : 15 มิถุนายน 2500
    ภูมิลำเนา : อ.เมือง จ.ราชบุรี

    การศึกษา :

    • ศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง
    • รัฐศาสตรมหาบัณฑิต (บริหารรัฐกิจ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    การฝึกอบรม :
    • หลักสูตรนายอำเภอ (นอ.) รุ่น 38
    • หลักสูตรนักปกครองระดับสูง (นปส.) รุ่นที่ 41
    • หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร วปอ. รุ่นที่ 52
    • หลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บ.ย.ส.) รุ่นที่ 18
    การรับราชการที่สำคัญ :
    • ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด
    • นายอำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช
    • นายอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
    • นายอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี
    • นายอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี
    • ายอำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี
    • หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ (รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน ระดับ 9 สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย)
    • หัวหน้าสำนักงานจังหวัดราชบุรี
    • ปลัดจังหวัดชัยนาท
    • ปลัดจังหวัดมหาสารคาม
    • รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง
    • รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม
    • รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย
    • รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี
    • ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี
    เกียรติประวัติและผลงานดีเด่น :
    • เป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่น จังหวัดราชบุรี (รับรางวัลครุฑทองคำ) ประจำปี 2546
    • ได้รับการคัดเลือกให้เป็นนายอำเภอของประชาชน (นายอำเภอแหวนเพชร) ภาคกลาง ประจำปี 2547 (เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี)
    • รับรางวัลนายทะเบียนอำเภอดีเด่น และรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 (ระดับประเทศ) สำนักทะเบียนอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ประจำปี 2547
    • รับโล่พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ รางวัลวิทยากรกระบวนการต้านยาเสพติด (ครู ก.) ในฐานะอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เป็นองค์กรประสานพลังแผ่นดินที่มีผลงานดีเด่นระดับประเทศ (ชนะเลิศภาคกลาง)
    • รับโล่รางวัลบุคลากรภาครัฐ ในฐานะผู้สนับสนุนการศึกษานอกโรงเรียนดีเด่น (ระดับภาคกลาง) ประจำปี 2547 จากกรมการศึกษานอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ
    *************************
    ที่มา : 
    กลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานจังหวัดราชบุรี. (2558).ผู้บริหารจังหวัดราชบุรี. [Online]. Available :http://123.242.157.9/hdetail_ceo.php?QNo=4652&QSt=M&QGroup=0. [2559 มิถุนายน 23].
    อ่านต่อ >>