วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2553

พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับราชบุรี

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระบรมราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 4) และสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี พระนามเดิมว่า สมเด็จเจ้าฟ้าชายจุฬาลงกรณ์ราชกุมาร พระราชสมภพเมื่อวันอังคาร เดือน 10 แรม 3 ค่ำ ปีฉลู ตรงกับวันที่ 20 กันยายน 2396 เสด็จเถลิงถวัลราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 5 ในพระบรมราชจักรีวงศ์ เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 11 ขึ้น 15 ค่ำ ปีมะโรง ตรงกับวันที่ 1 ตุลาคม 2411 เมื่อพระชนมายุได้ 15 พรรษา ครองราชย์เป็นระยะเวลา 42 ปี เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2453 รวมพระชนมายุได้ 68 พรรษา

จากหลักฐานเท่าที่สืบค้นได้ ตลอดรัชสมัยของพระองค์ได้มีการเสด็จพระราชดำเนินเมืองราชบุรี ถึง 10 ครั้ง ดังนี้

ครั้งแรก ในปี พ.ศ.2414 เป็นการเสด็จเขาวังครั้งแรก ซึ่งไม่ปรากฏหลักฐานเด่นชัดที่บ่งบอกถึงการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจแต่อย่างใด

ครั้งที่สอง ในปี พ.ศ.2416 เป็นส่วนหนึ่งของการเสด็จประพาสไทรโยคครั้งแรก ซึ่งตามหลักฐานในโครงการนิราศที่พระองค์ได้พระราชนิพนธ์ขึ้นเป็นสำนวนของผู้ตามเสด็จชื่อ ท้าวสุภัตติการภักดี(นาก) ได้มีการเสด็จประทับแรมในท้องที่เมืองราชบุรี ถึง 3 คืน แต่ก็ไม่ปรากฏการกล่าวถึงว่า เสด็จพระราชดำเนินไปสถานที่ใด หรือบำเพ็ญพระราชกรณียกิจใดบ้าง
ครั้งที่สาม ในปี พ.ศ.2420 เป็นส่วนหนึ่งของการเสด็จประพาสไทรโยคครั้งที่สอง โดยเสด็จพระราชดำเนินเมืองราชบุรีและประทับแรมที่พลับพลาโพธารามและพระราชวังบนเขาสัตตนารถ(เขาวัง) ที่โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์(ช่วง บุนนาค) เป็นผู้อำนวยการสร้างขึ้น เพื่อเสด็จออกรับราชฑูตโปรตุเกตุที่เข้าเฝ้า ณ พระราชวังบนเขาสัตตนารถ (เขาวัง)
ครั้งที่สี่ ในปี พ.ศ.2431 เป็นส่วนหนึ่งของการเสด็จประพาสไทรโยคครั้งที่สามโดยเสด็จพระราชดำเนินเมืองราชบุรีและประทับแรมที่พลับพลาหลุมดิน ระหว่างที่เสด็จประทับแรม ได้มีการเสด็จประพาสตลาดโพธาราม เมืองโบราณหลุมดิน วัดมหาธาตุ ตลาดเมืองราชบุรี พระราชวังเก่าเมืองราชบุรี(พระราชวังริมน้ำ) ปัจจุบันเป็นสถานที่ตั้งของกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี วัดศรีสุริยวงศ์ พระราชวังบนเขาสัตตนารถ(เขาวัง) และเขางู
ครั้งที่ห้า ในปี พ.ศ.2434 เป็นการเสด็จประพาสถ้ำจอมพล และได้ทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อ "จปร." ไว้บนผนังถ้ำบริเวณทางเข้าด้วย
ครั้งที่หก ในปี พ.ศ.2442 เป็นการเสด็จประพาสถ้ำสาริกา และได้ทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อ "จปร."ไว้บนผนังถ้ำบริเวณทางเข้าอีกด้วย
ครั้งที่เจ็ด ในปี พ.ศ.2444 เป็นการเสด็จพระราชดำเนินเพื่อประกอบพิธีเปิดสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำแม่กลอง "จุฬาลงกรณ์"



ครั้งที่แปด ในปี พ.ศ.2446 เป็นการเสด็จพระราชดำเนินเพื่อนำทหารมาฝึกที่ค่ายหลุมดิน
ครั้งที่เก้า ในปี พ.ศ.2447 เป็นการเสด็จประพาสต้นครั้งแรก อันปรากฏหลักฐานในจดหมายเล่าเรื่องตามเสด็จที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงนิพนธ์ไว้ เป็นจดหมายเหตุนายทรงอานุภาพ หุ้มแพรมหาดเล็กเล่าเรื่องเสด็จประพาสเขียนส่งให้นายประดิษฐ์ ซึ่งการเสด็จประพาสต้นครั้งนี้ ได้ทรงพบกับยายผึ้งและเจ๊กฮวดผู้เป็นบุตรชายที่ถวายการต้อนรับเป็นอย่างดี และเป็นที่โปรดปรานอย่างมาก
ครั้งที่สิบ ในปี พ.ศ.2452 เป็นส่วนหนึ่งของการเสด็จประพาสมณฑลราชบุรี อันปรากฏหลักฐานในพระราชหัตถเลขา รวม 4 ฉบับ
ในการเสด็จพระราชดำเนินเมืองราชบุรีแต่ละครั้งนั้น พระองค์มักทรงมีพระราชหัตถเลขาบรรยายถึงสิ่งต่างๆ ที่ได้ทอดพระเนตรเสมอ ซึ่งเป็นหลักฐานอันดีที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงสภาพบ้านเรือนและชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในช่วงสมัยนนั้นได้เป็นอย่างดี อันนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่สำคัญยิ่งประการหนึ่งที่ชาวราชบุรีพากันน้อมรำลึกถึงอยู่เสมอ

ที่มา : มโน กลีบทอง.(2544). พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี และจังหวัดราชบุรี. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์สมาพันธ์. (254-255)
อ่านต่อ >>

วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ประมุของค์แรกของสังฆมณฑลราชบุรี

พระสังฆราชเกยาโน ปาซอตตี

ประวัติ
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2433 กาเยโน ปาซอตตี เกิดที่ ตำบลปีนาโรโล เมืองปาเวีย ประเทศ อิตาลี เป็นบุตรชายหัวปี ของ นายอิตีโล ปาซอตตี และนางเลโอ โปลดา ตั๊กโกนี (ครอบครัวนี้มีบุตร 4 คนและ ธิดา 2 คน)
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2433 รับศีลล้างบาปที่วัดนักบุญอากุสติโน ที่ตำบลปีนาโรโลจากคุณ พ่อซาเซรา บอสซีโอ
วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2443-กันยายน พ.ศ.2448 เข้าศูนย์เยาวชนซาเลเซียนวัลดอกโก ที่เมืองตุริน เข้านวกสถานซาเลเซียนที่โฟลิสโซ และรับ สวมเสื้อนักบวช จากบุญราศีไมเคิ้ล รัว อัคราธิการคนที่สองของคณะซาเลเซียน
วันที่ 9 มกราคม พ.ศ.2459 รับศีลบวชเป็นสังฆานุกร จากพระสังฆราช ฟิลิปเปลโล ที่อีเวร์อา (Ivrea)
วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ.2459-สิงหาคม พ.ศ.2461 เข้ารับราชการทหารในสงครามโลกครั้งที่ 1(พ.ศ.2458-2461)และรับศีลบรรพชาเป็น พระสงฆ์ ์ในแนวรบที่ อูดีเน โดนพระสังฆราช อันนาสตาซีโอ รอสซี่ (Anastasio Rossi)
วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2467 ได้รับแต่งตั้งเป็นอธิการบ้าน ที่ชานโจ๊ว (Shin-Chow)
วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2469 ได้รับการแต่งตั้งเป็นนวกจารย์ (อาจารย์ดูแลเณร)ที่ประเทศจีน
วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ.2470 เดินทางมาถึงประเทศไทย พร้อมกับนำมิชชันนารี คณะซาเลเซียน รุ่นแรกจากประเทศจีน มาสู่ประเทศไทย
วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ.2470
เดินทางจากกรุงเทพฯ มาสู่บางนกแขวก จ.สมุทรสงคราม
วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ.2471 ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าคณะแขวง คณะซาเลเซียน ประจำประเทศไทย
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2472 ท่านป่วยหนักเข้ารับการผ่าตัด และรับศีลเจิมคนไข้ จนถึงเดือนเมษายน
วันที่ 10 เมษายน พ.ศ.2472 เดินทางไปอิตาลี เพื่อพักฟื้นร่างกาย
วันที่ 30 เมษายน พ.ศ.2472 เดินทางกลับเมืองไทย พร้อมกับคุณพ่อ Tornquist และ คุณพ่อGasparini
วันที่ 11กุมภาพันธ์ พ.ศ.2474 เปิดบ้านเณรพื้นเมือง ที่บางช้าง (ตรงข้ามกับอาสนวิหารแม่พระบังเกิด) ต.บางนกแขวก อ.บางคณฑี จ.สมุทรสงคราม
เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2474 เชิญนักบวชหญิงซิสเตอร์คณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ เข้ามาทำงานในประเทศไทย(โรงเรียนนารีวุฒิ)อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี
วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ.2477 ได้รับเลือกเป็นสังฆรักษ์ของสังฆมณฑลราชบุรี
วันที่ 24 เมษายน พ.ศ.2479 เชิญนักบวชหญิงซิสเตอร์คณะกลาริส กาปูชิน เข้ามาทำงานใน ประเทศไทย (อารามกาปูชิน)อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี
วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ.2479 ป่วยหนัก เข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง
วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2480 ตั้งคณะนักบวชหญิงพื้นเมือง ที่บางนกแขวก มีชื่อว่าซิสเตอร์ผู้รับใช้ดวงหทัยนิรมลของพระแม่มารีย์”
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2481 ได้รับประกาศนียบัตรระดับชั้นมัธยม 8
วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ.2484 ครบรอบ 25 ปีแห่งการบวชเป็นพระสงฆ์
วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2484 ได้รับการอภิเษกเป็นพระสังฆราชประจำสังฆมณฑลราชบุรี (องค์แรก)ที่วัดน้อยอารามคาร์แมล จ.กรุงเทพฯ โดยพระสังฆราชแปร์รอส
วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2484 รับแต่งตั้งเป็นผู้ดูแลมิสซังอีสานชั่วคราว (ระหว่างสงครามโลก ครั้งที่ 2)
วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ.2493 เริ่มป่วยหนักครั้งสุดท้ายเข้ารักษาที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์
วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ.2493 รับศีลเจิมคนป่วย
วันที่ 3 กันยายน พ.ศ.2493 พระยกวิญญาณขึ้นสวรรค์ (ถึงแก่มรณภาพ)ที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ จ.กรุงเทพมหานคร (รวมอายุได้ 60 ปี 7 เดือน)
วันที่ 6 กันยายน พ.ศ.2493 พิธีบรรจุศพที่สุสานอาสนวิหารแม่พระบังเกิด ต.บางนกแขวก อ.บางคณฑี จ.สมุทรสงคราม
อ่านต่อ >>