วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

นายไพศาล อัตโสภณ ผู้มีผลงานดีเด่นของ จ.ราชบุรี

ในหนังสือวัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จ.ราชบุรี ซึ่งจัดพิมพ์ขึ้นเมื่อ พ.ศ.2543 ได้บันทึกเรื่องราวของ นายไพศาล อัตโสภณ ว่าเป็นผู้ที่มีผลงานดีเด่นของ จ.ราชบุรี เอาไว้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้  
นายไพศาล อัตโสภณ
ที่มาของภาพ
http://www.saischool.ac.th/

นายไพศาล  อัตโสภณ เกิดเมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ.2496 ที่ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เป็นบุตรของนายพิชัย กับนางติ๊ด  อัตโสภณ นายไพศาลฯ สมรสกับ น.ส.สุมาลี  ชลไมตรี มีบุตร 1 คน ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนวิชาภาษาอังกฤษที่โรงเรียนสายธรรมจันทร์ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี

ประวัติการศึกษา
  • พ.ศ.2510 จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสายธรรมจันทร์ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี
  • พ.ศ.2514 จบประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูงวิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา กรุงเทพฯ
  • พ.ศ.2516 จบปริญญาตรี วิทยาลัยวิชาการศึกษา จ.สงขลา
  • พ.ศ.2526 จบปริญญาโท สาขาวิชาประชากรศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
ผลงานทางด้านวัฒนธรรม
  • ตั้งศูนย์บริการทางวิชาการด้านภาษา วัฒนธรรม ประเพณี ศิลปะ และประวัติศาสตร์ไทย ณ บ้านอัตโสภณ ซึ่งประกอบด้วยหนังสือ เทป วีดีโอ สมุดภาพ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักเรียนและบุคคลทั่วไปในชุมชน
  • เดินทางไปเผยแพร่วัฒนธรรม ประเพณีไทย ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 1 ปี
  • เป็นวิทยากรพิเศษในการสอนภาษาไทย และเป็นผู้สร้างความเข้าใจอันดี ด้านวัฒนธรรมประเพณีไทยให้กับชาวต่างประเทศที่มาศึกษาในประเทศไทย
  • เป็นผู้ที่สามารถประยุกต์บทเรียนวิชาภาษาไทย ด้านวรรณคดี ซึ่งเป็นนามธรรมให้เป็นรูปธรรม และนำเสนอต่อนักเรียนและประชาชนหลายรายการ
  • เป็นผู้สร้างฉาก ผู้กำกับการแสดง และผู้ส่งเสริมให้มีกิจกรรมทางด้านวัฒนธรรมประเพณีในโรงเรียน และในชุมชน เช่น บทละครเรื่องพระสุธน มโนห์รา จัดแสดงที่โรงเรียนคุรุราษฎร์รังสฤษฎิ์ อ.จองบึง จ.ราชบุรี และโรงภาพยนตร์คิรีทอง เมื่อ พ.ศ.2523 เป็นต้น
  • เป็นหัวหน้ากิจกรรม อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีไทย และสิ่งแวดล้อมโรงเรียน โดยเป็นผู้จัดทำโครงการทางด้านวัฒนธรรม เนื่องในโอกาสปีรณรงค์วัฒนธรรมไทย เมื่อ พ.ศ.2537 มากถึง 14 โครงการ
  • เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งศูนย์วัฒนธรรม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี
  • เป็นผู้คิดโครงการและจัดทำโครงการทางด้านวัฒนธรรมให้กับศูนย์วัฒนธรรม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เช่น โครงการวัฒนธรรม 4 ภาค โครงการมหกรรมดนตรี และการแสดงพื้นบ้านเฉลิมพระเกียรติ เป็นต้น
  • เป็นผู้อนุรักษ์วัตถุ และศิลปวัฒนธรรม ทางวัฒนธรรม เช่น ภาพปฏิทินทางวัฒนธรรม เป็นเวลากว่า 20 ปี สะสมแสตมป์ เครื่องปั้นดินเผา เครื่องจักสาน เครื่องทองเหลือง วีดิทัศน์ ม้วนเทป หนังสือด้านวัฒนธรรม
เกียรติประวัติและรางวัล
  • พ.ศ.2539 รางวัลครูดีเด่นด้านการส่งเสริมการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยของกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ
  • พ.ศ.2541 รางวัล "เข็มคุรุสดุดี" ของคุรุสภา ในฐานะเป็นครูผู้ประพฤติปฏิบัติตน มีจรรยามารยาทดีเด่น
  • พ.ศ.2540-2541 รางวัลบุคคลดีเด่นด้านประสบความสำเร็จในอาชีพ ของสโมสรโรตารี ราชบุรี
  • พ.ศ.2541 รับเกียรติบัตรศิลปินพื้นบ้าน สาขาการแสดง (การละคร) จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
  • พ.ศ.2542 ได้รับประกาศเกียรติคุณจากอนุกรรมการวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี ให้เป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม สาขานันทนาการและผู้ทำคุณประโยชน์ ประจำปี 2542
  • มีผลงานเป็นที่ยอมรับทั้งในโรงเรียน ชุมชน และระดับประเทศ จนได้รับการคัดเลือกเป็นฑูตทางวัฒนธรรมเพื่อไปเผยแพร่ชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา

*****************************************************

ที่มาข้อมูล
คณะกรรมการอำนวยการโครงการจัดทำหนังสือ เรื่อง "วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์ และภูมิปัญญา". (2543). หนังสือวัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญาจังหวัดราชบุรี. กรมศิลปากร : องค์การค้าของคุรุสภา. (หน้า 319-320)  (ดูภาพหนังสือ)



อ่านต่อ >>

วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2554

พระครูธีรญาณประยุต (เชื้อ ธีรปญฺโญ) พระนักพัฒนา

พระสีวลี หน้าพระอุโบสถหลังใหม่ 2 ชั้น

"...แต่นั้นเป็นต้นมาจนกระทั่งวันนี้ เป็นเวลา 31 ปี เมื่อได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจ สติปัญญาที่พอมีให้กับวัดใหญ่อ่างทอง ถึงบางครั้งจะสุขบ้างทุกข์บ้าง ได้รับคำสรรเสริญบ้าง นินทาบ้าง ก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาของปุถุชนจะต้องเป็นเช่นนี้ทุกคน ไม่เว้นแม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ยังมีมารมาผจญ นับประสาอะไรกับคนธรรมดาเช่นเรา แต่ถ้าเราถือสิ่งเหล่านั้น คือ เสียงสวรรค์ ก็ทำให้เราสบายใจ...." พระครูธีญาณประยุต เจ้าอาวาสวัดใหญ่อ่างทอง เขียนไว้เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2553 ในบทความ "หลวงพ่อเปิดใจ อสีติรำลึก" ในคราวทำบุญอายุวัฒนมงคล 80 ปีของท่าน

พระครูธีรญาณประยุต (เชื้อ ธีรปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดใหญ่อ่างทอง ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี ท่านได้มรณภาพเมื่อวันที่  10 มกราคม พ.ศ.2554 ณ โรงพยาบาลราชบุรี รวมอายุได้ 80 ปี 3 เดือน 6 วันด้วยโรคเนื้องอกในสมอง  พระครูธีญาณประยุตฯ  นับว่าเป็นพระนักพัฒนารูปหนึ่งที่สมควรนำประวัติและเรื่องราวของท่านมาจารึกเอาไว้ เพื่อเป็นแบบอย่างและเพื่อเป็นการบันทึกคุณงามความดีของท่านให้คงอยู่เพื่อคนรุ่นหลังจะได้ศึกษาเรียนรู้สืบไป  

พระครูธีญาณประยุตฯ  มีนามเดิมว่า เชื้อ นามสกุล คงแคล้ว เกิดเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ.2473 ปีมะเมีย ตรงกับวันเสาร์ขึ้น 12 ค่ำ เดือน 11 ณ บ้านหนองสวง หมู่ที่ 1 ต.ปากท่อ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เป็นบุตรของ นายช่วง คงแคล้ว และนางผาด  นุ่มจิตร์

ท่านอุปสมบทเมื่อวันอังคารที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2495 ณ วัดปากท่อ ต.ปากท่อ จ.ราชบุรี โดยมี พระธรรมเสนานี (พระราชธรรมเสนานี อดีตเจ้าคณะจังหวัดราชบุรี และอดีตเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวรวิหาร ราชบุรี) เป็นพระอุปัชฌาย์ มีพระม่วง นาคเสโน (พระครูสุนทรจริยาวัตร อดีตรองเจ้าคณะอำเภอปากท่อ อดีตเจ้าอาวาสวัดยางงาม) เป็นพระกรรมวาจาจารย์

วิทยฐานะ
  • พ.ศ.2485 สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนปากท่อ ต.ปากท่อ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี
  • พ.ศ.2500 สอบได้ น.ธ.เอก สำนักศาสนศึกษา วัดมหาธาตุวรวิหาร ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี

การศึกษาพิเศษ
ศึกษาอบรมวิชาสมุนไพร หลักสูตรพิเศษการใช้สมุนไพรจากโครงการพระราชดำริสวนป่าสมุนไพรในโครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วิทยากร รุ่นที่ 2  และทั่วไป เป็นรุ่นที่ 57


ความชำนาญการพิเศษ
สามารถอ่านแปลนการก่อสร้าง และชำนาญในนวกรรมการก่อสร้าง


ตำแหน่งทางคณะสงฆ์และสมณศักดิ์
  • พ.ศ.2508 เป็นฐานานุกรมของพระราชวิสุทธิโสภณ (ช้อย มหาธีโร ป.ธ.9) อดีตเจ้าคณะจังหวัดราชบุรี และเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวรวิหาร ที่ "พระครูปลัด"
  • พ.ศ.2510 เป็นพระกรรมวาจาจารย์
  • พ.ศ.2511 เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดมหาธาตุวรวิหาร ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี
  • พ.ศ.2513 เป็นพระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นโท ที่ "พระครูธีรญาณประยุต"
  • พ.ศ.2519 เป็นพระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ชั้นเอก ในนามเดิม
  • พ.ศ.2522 เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดใหญ่อ่างทอง ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี
  • พ.ศ.2523 เป็นเจ้าอาวาสวัดใหญ่อ่างทอง ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี
  • พ.ศ.2526 เป็นรองเจ้าคณะตำบลคูบัว เขต 2 อ.เมือง จ.ราชบุรี
  • พ.ศ.2528 เป็นพระอุปัชฌาย์
  • พ.ศ.2529 เป็นพระครูสัญญาบัตร เทียบผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นพิเศษ ในนามเดิม
  • พ.ศ.2531 เป็นเจ้าคณะตำบลอ่างทอง

ผลงานการสร้างเสนาสนะและถาวรวัตถุ
ตั้งแต่พระครูธีรญาณประยุต (เชื้อ ธีรปญฺโญ)  มาดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดใหญ่อ่างทอง  ตั้งแต่ปี พ.ศ.2523 เป็นต้นมา ท่านได้ริเริ่มพัฒนาปรับปรุงเสนาสนะที่ชำรุดทรุดโทรม แล้วสร้างเสนาสนะถาวรวัตถุขึ้นใหม่แทนของเดิมเกือบทั้งหมด ดังที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ ดังความตอนหนึ่งที่ พระครูสิริคณาภรณ์ เจ้าคณะอำเภอเมืองราชบุรี ได้เขียนเอาไว้ในบทความ "เสียดายพระผู้สร้างความดี" ซึ่งพิมพ์ในหนังสืออนุสรณ์แจกในวันพระราชทานเพลิงศพของพระครูธีรญาณประยุตฯ ไว้ว่า

" ...เมื่อพระครูธีรฐาณประยุต ท่านไปเป็นเจ้าอาวาสวัดใหญ่อ่างทองแล้ว ท่านก็ได้ดำเนินการพัฒนาเสนาสนะทุกอย่างภายในวัด เพราะเสนาสนะทุกอย่างอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมมาก  เพราะสร้างมาเป็นเวลายาวนานหลายปี โดยเริ่มก่อสร้างกุฎิสงฆ์ หอฉัน ศาลาฌาปนสถาน โรงครัว กุฏิเจ้าอาวาส ย้ายศาลาการเปรียญทำเป็น 2 ชั้น ห้องน้ำ หอกลอง หอระฆัง อุโบสถ 2 ชั้น กำแพงหน้าวัด กำแพงรอบวัด สร้างศาลาฌาปนสถานหลังสุดท้าย สร้างซุ้มประตูหน้าวัด คิดเป็นค่าก่อสร้างไม่ต่ำกว่า 70 ล้านบาท (เจ็ดสิบล้านบาท) สิ่งก่อสร้างที่เกิดขึ้นภายในวัดที่ท่านสร้างขึ้นนั้นมีความสวยงาม มีความประณีตมาก สร้างจะช้าไม่ว่า ขอให้มีความมั่นคง สวยงาม ประทับใจของผู้ไปพบเห็นเป็นอย่างมาก รักษาวัดให้มีความสะอาดตลอดมา

อำเภอเห็นว่าควรจะยกย่องเพื่อเป็นเกียรติแก่วัดและเจ้าอาวาส ตลอดถึงผู้อุปถัมภ์วัด จึงได้เสนอวัดใหญ่อ่างทองเป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง ไปยังกรมการศาสนา สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงประทานพัดวัดพัฒนาตัวอย่างดีเด่นถวายแก่เจ้าอาวาส และอำเภอได้เสนอให้เป็นลานวัด ลานใจ ลานกีฬา ให้กับวัดใหญ่อ่างทอง เพื่อเป็นเกียรติแก่ชุมชนวัดใหญ่อ่างทอง....."

เกียรติคุณ
  • พระครูธีรญาณประยุต ได้รับการประกาศเกียรติคุณจากจังหวัดราชบุรี ให้เป็นบุคคลที่ยึดมั่นในคุณธรรมจริยธรรมและบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม สมควรเป็นตัวอย่างที่ดี "คนทำความดี" ภายใต้โครงการเมืองไทยเมืองคนดี ประจำปีพุทธศักราช 2552

มรณภาพ
พระครูธีรญาณประยุต มรณภาพด้วยโรคมะเร็งในสมอง เมื่อวันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ.2554 เวลาประมาณ 03:36 นาฬิกา สิริอายุ 80 ปี 3 เดือน 6 วัน ได้รับพระราชทานน้ำหลวงสรงศพเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2554 มีชาวบ้าน หน่วยงาน ศิษยานุศิษย์ สลับกันเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมทุกคืนตั้งแต่คืนวันที่ 10 มกราคม 2554 เรื่อยมาจนกระทั่งถึงวันที่ 4 มีนาคม 2554

พิธีพระราชทานเพลิงศพ
กระทำในวันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม 2554 (ตรงกับวันขึ้น 2 ค่ำ เดือน 4) ณ เมรุพิเศษวัดใหญ่อ่างทอง ต.อ่างทอง จ.ราชบุรี เวลา 16:00 น.  (เผาจริงเวลา 20:00 น.)  และเก็บอัฐิในเช้าวันที่ 7 มีนาคม 2554 เวลา 06:30 น. (ดูภาพพิธีพระราชทานเพลิงศพ)

คำไว้อาลัย

พระเทพวิสุทธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวรวิหาร : 7 ก.พ.2554
"ท่านพระครูธีรญาณประยุต ท่านอยู่วัดมหาธาตุมาก่อน ท่านเอาธุระพระพุทธศาสนาของวัด เป็นอาจารย์สอนหนังสือ ดูแลนิตยภัตอาหาร ผลประโยชน์ที่ดิน การบูรณะปฏิสังขรณ์ และการปกครองศิษย์ส่วนคณะ  เมื่อมาปกครองวัดใหญ่อ่างทองและดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลด้วย แน่นอนท่านย่อมเอาธุระมากขึ้น เพราะรับผิดชอบโดยตรง ประกอบกับเป็นผู้เอาธุระอยู่แล้ว....."

พระครูสิริคณาภรณ์ เจ้าคณะอำเภอเมืองราชบุรี เจ้าอาวาสวัดนาหนอง อ.เมือง จ.ราชบุรี
"....ชีวิตท่านพระครูธีรญาณประยุตได้เสียสละความสุขในทางโลกเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา ยอมมอบกายถวายชีวิตอยู่ในร่วมผ้ากาสาวพัสตร์จนมรณภาพ ทำงานในหน้าที่มาด้วยดี  ให้ความร่วมมือในกิจการของคณะสงฆ์มาโดยตลอดทุกองค์กร รู้จักพระมหาเถรานุเถระเจ้าคณะพระสังฆาธิการมากรูปหนึ่งของจังหวัดราชบุรี และญาติโยมให้ความเคารพนับถือมากรูปหนึ่งในบรรดาเจ้าอาวาสในเขตอำเภอเมืองราชบุรี.........การจากไปของท่านพระครูธีรญาณประยุตในคราวครั้งนี้ ได้ชื่อว่าคณะสงฆ์อำเภอเมืองราชบุรีต้องสูญเสียพระสังฆาธิการผู้มีความรู้ดี มีความสามารถไปรูปหนึ่ง  และชาววัดใหญ่อ่างทองต้องสูญเสียผู้นำของวัดไปอย่างไม่มีวันกลับ

ซึ่งสัจจธรรมมีความเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ไม่มีสิ่งใดคงทนถาวรอยู่ได้ ต้องประสบกับความจริงทุกรูปนาม แต่สิ่งที่ท่านพระครูฯ ได้สร้างไว้พัฒนาไว้จะคงอยู่คู่กับชาววัดใหญ่อ่างทองไปชั่วกาลนาน....."

พระกิตติสารเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดเขาวัง อ.เมือง จ.ราชบุรี
"พระเดชพระคุณ พระครูธีรญาณประยุต (เชื้อ ธีรปญฺโญ) ท่านเป็นพระเถระที่มีความสามารถหลายสิ่งหลายประการในการพัฒนาพุทธสถาน เช่น อุโบสถ ศาลา ฌาปนสถาน และสิ่งต่างๆ อีกมากมายให้สวยงาม ฉลาดหลักแหลมในการปกครองคณะสงฆ์ ส่งพระไปจำพรรษาที่วัดร้าง เช่น วัดท่ามะเฟือง วัดไผ่ล้อม และที่ภูเขาหลวง จนได้รับอนุมัติยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีภิกษุจำพรรษาจากมหาเถรสมาคม....."

นาวาอากาศเอกทองย้อย  แสงสินชัย เปรียญธรรม 9 ประโยค สำนักวัดมหาธาตุ ราชบุรี อดีตผู้อำนวยการกองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
"......ผมเห็น "ท่านเชื้อ" ครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2505 และผมเห็น "พระครูธีรญาณประยุต" หรือ "หลวงพี่เชื้อ" ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2554  ผมไม่ได้นับหรอกว่ามันกี่ปี กี่เดือน กี่วัน ผมรู้ว่า ปีหน้าถ้าผมยังมีชีวิตอยู่ แม้จำนวนเครื่องสักการะของครอบครัวผมจะต้องลดลงไปอีก 1 ชุด แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่หลวงพี่เชื้อให้ผมมาตลอดเวลาอันยาวนาน จะไม่มีวันลดลงไปจากหัวใจของผมเลยแม้แต่น้อย"

เหรียญพระครูธีรญาณประยุต (เชื้อ)
สร้างเมื่อ 4 ตุลาคม 2533
แจกจ่ายเป็นอนุสรณ์ในวันพระราชทานเพลิงศพ

หลวงพ่อเปิดใจ อสีติรำลึก
พระครูธีรญาณประยุต เจ้าคณะตำบลอ่างทอง และเจ้าอาวาสวัดใหญ่อ่างทอง : เขียนไว้เมื่อ 30 กันยายน 2553 ในหนังสือสูจิบัตรและคุณานุสรณ์ ทำบุญอายุวัฒนมงคล 80 ปี เมื่อ 3-4 ตุลาคม 2553

".....จากวันนั้นถึงวันนี้ ทำงานในหน้าที่เจ้าอาวาส เจ้าคณะตำบล เป็นเวลาหลายสิบปี รู้สึกเหนื่อยบ้าง เมื่อยบ้าง เป็นธรรมดาของสังขาร มีเกิด มีดับ ตามสามัญลักษณะ (อนิจจัง-ทุกขัง-อนัตตา) มีสุข มีทุกข์ ตามธรรมดาชองชาวโลก ต้องเป็นเช่นนี้ด้วยกันทุกผู้ทุกนาม ตายเมื่อไรจบเรื่องเมื่อนั้น ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ ไม่ใช่ประชดชีวิต แต่มันเป็นไปตามที่มีอายุมากแล้ว ที่เขาจะขนานนามว่า "ผู้เฒ่า" เช่นเราวันนี้

ท้ายนี้ขอขอบคุณ ขอบใจ ทุกท่านที่มีส่วนช่วยให้งานครั้งนี้สัมฤทธิ์ตามความมุ่งหมายของข้าพเจ้า ขอความดีงามจงมีแด่ทุกท่านเทอญ"

อ่านเพิ่มเติม
(ภาพพิธีพระราชทานเพลิงศพ)
(ประวัติวัดใหญ่อ่างทอง)
(ภาพชุดวัดใหญ่อ่างทอง ที่ตั้ง เส้นทาง และพิกัด)
(ภาพชุดหน้าต่างไม้แกะสลัก วัดใหญ่อ่างทอง)

ที่มา :
วัดใหญ่อ่างทอง. (2554).แนวคิดทางธรรม : อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ พระครูธีรญาณประยุต (เชื้อ ธีรปญฺโญ น.ธ.เอก) .กรุงเทพฯ : สหธรรมิก. แจกจ่ายเมื่อ 6 มีนาคม  2554.

หมายเหตุ : ผมเขียนบทความนี้ นอกเหนือจากเป็นการบันทึกเรื่องราวของบุคคลสำคัญฯ ในบล็อกราชบุรีศึกษา นี้แล้ว ผมยังมีความตั้งใจอีก 2 ประการคือ
  1. เพื่อเป็นการทดแทนบุญคุญ ในฐานะที่พระครูธีรญาณประยุต (เชื้อ ธีรปัญฺโญ) ท่านมีความสนิทชิดเชื้อและมีความเมตตาต่อครอบครัวของผมในสมัย ตา แม่ และพ่อ คราวครั้งจำพรรษาอยู่วัดมหาธาตุวรวิหาร พอเมื่อย้ายไปวัดใหญ่อ่างทอง ก็ห่างเหินกันไป แต่ท่านยังจำผมได้เสมอ เมื่อท่านเห็นผมทีไร ในงานพิธีต่างๆ ท่านก็ให้ความเมตตาถามถึงสารทุกข์สุขดิบ ของผมและครอบครัวมาโดยตลอด 
  2. วันที่เขียนนี้ ตรงกับวันเกิดของผมพอดี ผมไม่ได้ไปทำบุญตักบาตรที่ไหน ผมตั้งใจทำบุญด้วยการเขียนบทความบทนี้ เพื่อเผยแพร่คุณงามความดี ของพระสังฆาธิการรูปหนี่งที่ทำงานด้วยความเสียสละมาโดยตลอด ซึ่งบทความนี้ จะเป็นความรู้ที่จะสืบทอดไปยังชั่วลูกชั่วหลานต่อไป
อ่านต่อ >>